หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2556

1 Days [ShimeTaiga]




เหนื่อยจังเลย  ไทจังเดินมาข้างหลังริวยะ จากนั้นก็ใช้มือสองข้างพาดมาจากด้านหลัง ทิ้งน้ำหนักใส่คนตัวเล็กที่กำลังยืนส่งกระจกอยู่  ผมที่เพ่งไดร์เสร็จหมาดๆหอมอ่อนด้วยกลิ่นแชมพู  ไทจังทำจมูกฟูดฟิด หมอนี่ต้องเนี๊ยบอยุ่เสมอ ในขณะที่คนอื่นๆไม่..
                มันหนักนะ ริวยะบ่น ก็ไทจังน่ะตัวโตกว่านี่นา แถมยังทิ้งน้ำหนักมาบนไหล่แบบนี้ ทำให้เขาเซไปนิดนึง
                จะเดินไม่ไหวแล้ว ไทจังบ่นจมูก
                ง่ะ งั้นนั่งพักก่อนแล้วกัน เดี๋ยวอีกสักครึ่งชั่วโมงค่อยออกไป ริวยะหันมามองหน้ายิ้มๆ รู้สึกว่าวันนี้ไทจังอารมณ์ดี ปกติจะหน้าบึ้งอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่เคยแสดงด้วยกันมา ก็ห่างหายไปนานโข ริวยะเป็นเด็กสเตท ส่วนไทจังเป็นเด็กคอน ก็เลยไม่ค่อยได้ทำงานร่วมกันเท่าไหร่ เมื่อก่อนมีคอนฯก็ร่วมแสดงด้วยกัน แต่หลังๆนี่เน้นหนักไปแสดงเวทีมากว่า ริวยะพัฒนาการเต้นจนอยู่แถวหน้าได้สบายๆ ส่วนไทจังพัฒนาด้านการร้อง วันแรกที่มาแสดงไทจังค่อนข้างตื่นเต้น ในขณะที่ริวยะเจนจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว ด้วยความพยายามไม่ยอมแพ้ ทำให้ไทจังก้าวมาถึงตรงนี้
                เสร็จล่ะ ริวยะเก็บของหยิบประเป๋าประจำตัวขึ้นมาพาดบ่า หันมามองไทจังที่นั่งรออยู่ และหมอนั่นกำลังนั่งหลับ ริวยะอมยิ้ม สงสัยจะเหนื่อยมากจริงๆ
                เฮ้ย ริวยะถลาไปรับ เมื่อไทจังโงนเงนๆทำท่าจะหล่นเก้าอี้
                อ้าว ไทจังงัวเงียตกใจ เมื่อรู้ว่าริวยะกำลังกอดตัวเองอยู่
                อะไรเนี่ย ไทจังผละออก
                ก็นายหลับ จะหล่นลงไปชั้นก็เลยมารับไว้ ริวยะมานั่งท้าวคางมอง
                อึ่มง่วงจริงๆแหละ แต่นายนี่เก่งชะมัด ไม่เหนื่อยหรืองัย ไทจังจิ้มหน้าผากเบาๆ
                ก็ประสบการณ์มันต่างกัน ไปเหอะ เดี๋ยวแฟนๆคอย ริวยะจูงมือให้ลุกขึ้น ไทจังพยักหน้า เดินตามคนตัวเล็กออกไปด้านนอก ซึ่งมีแฟนๆยืนให้กำลังใจอยู่....การพบปะแฟนๆที่มาให้กำลังใจเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างหนึ่งทีเดียว..นอกจากวันไหนไทจังอารมณ์ไม่ดีวันนั้นก็จะเลี่ยงไม่ออกมา
                ขอโทษที่มาช้า พอดีรอหมอนั่นอยู่ ไทจังเอ่ยประโยคแรกกับแฟนๆ
                อะไรของนาย ริวยะหันถาม
                หมอนั่นเอาแต่ทำผม ผมเลยต้องนั่งรอ ไทจังรีบอ้อนแฟน ริวยะส่ายหัวยิ้มๆ ไม่พูดอะไรต่อได้แต่หันมาคุยกับแฟนๆของตัวเอง.....
           
                ดึกแล้ว ทั้งคู่จริงขอตัวกลับ พูดตรงๆตอนนี้ไทจังอยากให้ใครสักคนแบกกลับบ้าน แต่คงใม่ไหวละมังเพราะเขาตัวเล็กซะที่ไหนอีกอย่างคนที่ครับด้วยท่าทางจะเหนื่อยเหมือนกัน ถึงปากจะบอกว่าไม่เหนื่อยก็ตามที  ก็เลยได้แต่เดินตามไปเงียบๆจนกระทั่งขึ้นรถไฟกลับ
               
                วันนี้ออกมาพบแฟนๆเหมือนเคย ไทจังดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เลยคุยกับแฟนๆแยะกว่าปกติ ริวยะเองก็เหมือนกัน เพราะพรุ่งนี้เป็นวันหยุด อย่างน้อยก็ได้พักผ่อนกันหนึ่งวัน จริงแล้วก็เหมือนไม่ได้หยุดนั่นแหละเพราะทั้งคู่ยังคงต้องไปเรียน อย่างวันนี้ก็มาจากโรงเรียนแล้วแสดงต่อเลย ตื่นกันตั้งแต่เช้ากว่าจะเสร็จก็สี่ห้าทุ่มไปแล้ว ริวยะเป็นพวกพลังเหลือเฟือ เพราะสมัยก่อนตัวเล็กๆบางๆพอมาขึ้นเวทีก็เลยต้องพยายามตามคนอื่นให้ทัน พวกที่พูดถึงนั่นต่างเชี่ยวเวทีทั้งนั้น ผลจากการฝึกฝนทำให้ตอนนี้ร่างกายมีแต่กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ส่วนไทจังตัวสูงก็จริงแต่บางกว่า ผิวขาวเนียน หน้าตาสวยกว่าผู้หญิงอีกตะหาก ไม่แปลกหรอกที่จะมองจนเหลียวหลัง
                หมอนี่ช้าตลอด ไทจังบ่นเรื่องริวยะอีกแล้ว ริวยะเองก็ได้แต่ยิ้มเหมือนเคย
                วันนี้นายเองก็ช้านะ ริวยะหันมาบอกแฟน
                หมอนี่ต้องเนี๊ยบตลอด ไทจังเผาอีก
                อึ่ม นายนี่น่ารักชะมัด ริวยะโพร่งขึ้น ไทจังหันมามองริวยะ ร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า มาพูดอะไรกันเนี่ย ต่อหน้าสาธารณะชน ถ้าเป็นคนอื่นโดนต่อยคว่ำไปแล้ว แย่ล่ะทำอะไรไม่ถูกแล้วตอนนี้ ริวยะ ไอ้เด็กบ้า เดี๋ยวก่อนเหอะ นี่เอาคืนที่ไทจังมาบ่นให้แฟนๆฟังใช่มั้ยเนี่ย แสบนัก จะทำงัยกับหมอนี่ดี เห็นเชื่องๆเลยเผลอแกล้งแยะไปหน่อย 
                นายจะยืนอีกนานมั้ย ชั้นจะกลับ ริวยะตัดบทเมื่อเห็นไทจังทำอะไรไม่ถูก
                                กลับๆ ไทจังทำหน้าเหรอหรา  ล่ำลาแฟนๆเสร็จก็เดินตามริวยะไปต้อยๆ ไอ้อาการที่สองหนุ่มทำตะกี้น่ะ ตอนนี้แฟนๆ ยิ้มแก้มแตกกันแล้ว ดูเอาเหอะตาของแต่ละคนแทบจะเป็นรูปหัวใจกันอยู่แล้ว ความน่ารักที่แสดงออกมาแบบไม่รู้ตัวเนี่ย  ทำให้ทั้งคู่ขยับเข้าไปในใจแฟนๆลึกเข้าไปเรื่อยๆ
               
                แถมท้าย....
                นายพูดอะไรวะเนี่ย ไทจังตบไหล่ริวยะดังปึ๊ก
                อ้าว หรือไม่จริง นายน่ารักจะตาย ริวยะยิ้มกว้าง ไทจังทำหน้าเหนื่อย ก็ดูดิ่ หมอนี่ยิ้มโคตรน่ารักเลยอะ เลยด่าไม่ลงจริงๆ ถ้าเป็นคนอื่นป่านนี้ไทจังเปลี่ยนอารมณ์ไปแล้ว
                ต่อไปห้ามพูดต่อหน้าคนอื่นนะ ไทจังคว้าคอริวยะมากระซิบ เอานิ้วจิ้มแก้มรัวๆ
                แต่อยู่สองคนพูดได้ใช่ม้า ริวยะหันมาถาม
                เอาเหอะ แต่ขอล่ะต่อหน้าคนอื่น ทำหน้าไม่ถูกจริงๆ  ไทจังถอนหายใจ
                รับทราบ ว่าแต่นายนี่หอมดีเนอะ ริวยะหัวเราะ ทำจมูกฟุดฟิด ไทจังผละออก ยืนนิ่งอยู่กับที่
                โอ๋ๆ ไม่พูดแล้วๆ กลับกัน ริวยะเดินเข้ามาจูงแขน ที่นิ่งไม่ใช่อะไรเขิน ไอ้การที่เป็นคนตรงๆนี่ก็ดีนะ แต่ถ้าตรงไปขนาดนี้ บ่องตงทำอารมณ์ไม่ถูกจริงๆ คงต้องเรียนรู้อีกแยะ กว่าจะจบการแสดงต้องพยายามทั้งเวทีและชีวิตจริงแล้วสิ 

ps..ไทกะ: ถ้าผมมีแฟนนะ อยากจะกอดจากข้างหลังเนอะผมอยากจะทำแบบนี้ตลอดเลย ไม่มีไอเทมไหนอบอุ่นเท่าสิ่งนี้ใช่มั้ยล่ะ? [Myojo13/01] >////<

วันเสาร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2556

ฺBoyz [KentoIwamoto]



                อะไรนะ ของขวัญชิ้นนั้นนายเตรียมให้คนอื่น ไม่ใช่ชั้นฮีคงแผดเสียงดังลั่น พร้อมกับปัดของขวัญในมือเคนโตะทิ้งอย่างไม่ใยดี อะไรกันมันควรจะเป็นของเขาไม่ใช่เหรอ นี่เคนโตะกำลังนอกใจ ไม่สิน่าจะพูดว่าเขายังไม่ทันพูดอะไรเลยมากกว่า..ตั้งแต่รู้จักกันมาหมอนี่ไม่เคยหันมามองเขาด้วยซ้ำ ทำเหมือนกับเขาไม่มีตัวตนอีกตังหาก ทั้งๆที่ทุกเสี้ยวนาทีเขานึกถึงเคนโตะอยู่ตลอด แต่สิ่งที่เขาแสดงออกเคนโตะน่าจะรู้ดีอยู่แล้ว
                ใจเย็นๆน่า ฟุกกะตบไหล่เพื่อนเบาๆ ส่วนนาเบ้ก็เดินไปเก็บของขวัญให้ เคนโตะที่อยุ่ในอาการตะลึงกับสิ่งที่ฮีคุงทำ เขาเม้มปากนิดๆ หันมามองหน้าฮีคุงนิดนึง ก่อนจะเอื้อมมือไปกรับกล่องของขวัญจากนาเบ้  ฮีคุงยกนิ้วโป้งขึ้นปัดจมูกอย่างหัวเสีย แล้วเดินจ้ำอ้าวจากไปอย่างไม่ใยดี
                ชั้นทำอะไรผิด เคนโตะหันไปถามนาเบ้เบาๆ
                ผิดทั้งหมดนั่นแหละ ตั้งแต่นายไปหาของขวัญ ฟุกกะบอก
                นายนี่น้า ไม่รู้หรืองัยว่าหมอนั่นเค้าคิดยังงัยกับนาย ตั้งแต่เข้ามา หมอนั่นก็มองนายมาตลอด นาเบ้ยังคงปากโพล่งเหมือนเคย เลยโดนฟุกกะตบหัวอย่างแรง  มันเจ็บนะโว้ย นาเบ้ลูบหัวตัวเอง
                เรื่องอย่างนี้ ต้องให้เจ้าตัวเค้าพูดสิวะ ฟุกกะตาขวาง
                เออ โทษที นาเบ้หัวเราะแฮะๆ เคนโตะมองหน้าเพื่อนร่วมแก๊งทั้งสองคน ก่อนจะก้มหน้านิ่ง  นี่เขาทำเรื่องบ้าๆอีกแล้วใช่ไหม ตั้งแต่เข้ามาก็มีแต่เรื่องๆบ้าให้ฮีคุงปวดหัวอยู่ตลอด  สิ่งที่ฮีคุงทำตัวเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าคิดไปฝ่ายเดียวหรือเปล่า
                ก็ชั้นคิดว่าฮีคุงทำตามหน้าที่เฉยๆ ต้องขอโทษ เคนโตะพรึมพรำเบาๆ
                อย่าหาว่างั้นงี้เลยนะ ไว้ฮีคุงอารมณ์เย็นนายค่อยไปปรับความเข้าใจดีกว่า ตอนนี้ปล่อยหมอนั่นให้อยู่คนเดียวสักพักฟุกกะแนะนำ ถึงฮีคุงจะดูสุขุม แต่จริงๆแล้วข้างในร้อนอย่างกับไฟ เขาไม่กล้าคิดถ้าเคนโตะไปหาตอนนี้ มันจะเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง
                ..............................................................
                ฮีคุงรู้สึกเหมือนโลกทั้งโลกมันดับไปต่อหน้า ทั้งเจ็บทั้งเหนื่อย อยากหนีไปไกลๆจากสภาพแบบนี้  ความรู้สึกที่เขามีให้กับคนที่มีฐานะเป็นผู้นำ ไม่สมควรเลย รู้ถึงไหนอายไปถึงนั่น แต่เรื่องราวของหัวใจมันห้ามกันได้ซะทีไหน สิ่งที่ทำในวันนี้ คงทำให้เคนโตะเกลียดเขาขึ้นมาแน่ๆ แววตาตื่นตระหนกของเคนโตะมันยังฝังแน่นอยู่ในหัวสมอง ไม่มีคำแก้ตัวใดๆอีกแล้ว
                เสียงเคาะประตูดังรัวๆขึ้นมาตอนกลางดึก ฮีคุงลุกขึ้นไปเปิดประตูอย่างหัวเสีย คิดเอาไว้ว่าถ้าเป็นนาเบ้หรือฟุกกะจะด่าซะให้เข็ด ทันทีที่เปิดประตูเขาก็ต้องตกใจกับผู้มาเยือน
                นายนี่ นิ้วจิ้มหน้าผากฮีคุงรัวๆ กลิ่นเหล้าคละคลุ้งไปหมด 
                นี่นาย ฮีคุงจับมือเอาไว้ พร้อมกับกับรับร่างที่เซเข้ามาหา
                จนตอนนี้ช้านก็ม่ายเข้าจาย ทามมายกัน เคนโตะยกมือขึ้นเกาะคอฮีคุงไว้ ก่อนจะม่อยหลับไปทั้งยืน ฮีคุงส่ายหน้างงๆ หมอนี่กินเหล้าด้วยเหรอ คงคิดมากแน่ๆ แล้วทำไมนาเบ้กับฟุกกะถึงไม่ห้าม ...แต่ตอนนี้ควรทำอะไรกับหมอนี่สักอย่าง ปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ดีแน่ ..ฮีคุงค่อยๆแบกเคนโตะไปไว้ที่เตียง ถอดรองเช้ากับเสื้อผ้าออก เฮ้ยอย่าคิดมาก แค่จะเอาน้ำมาเช็ดตัวจะได้นอนสบายๆ ผู้ชายด้วยกันไม่แปลกหรอก(คิดว่านะ)  ฮีคุงพรึมพรำกับตัวเอง จากนั้นก็กจัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เคนโตะดันเข้าไปนอนด้านใน ส่วนตัวเองก็นอนด้านนอก เพียงไม่กี่นาทีก็หลับคร่อกกก
                เฮ้ย เคนโตะร้องลั่นห้องเมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองใส่บ๊อคเซอร์แค่ตัวเดียว แถมข้างๆยังมีฮีคุงนอนอยุ่อีกตังหาก พระเจ้าช่วย นี่เขากลายเป็นผัวหรือเมียฮีคุงไปแล้วเนี่ย  ยกมือขึ้นตบหน้าผากฮีคุงดังเพี้ยะ  ถ้าจะเกิดอะไรขึ้นเป็นตอนที่รุ้ตัวไม่ได้หรืองัย ผลของแรงตบทำให้ฮีคุงลุกพรวดขึ้นงงๆ พอเห็นเคนโตะนั่งอยู่ก็หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง  
                ชั้นปล้ำนาย หรือนายปล้ำชั้น เคนโตะถามตรงๆ
                เฮ้ยบ้าหรือเปล่า ชั้นยังไม่ได้ทำอะไรนายเลยนะ ฮีคุงลูบหน้าผากตัวเองเบาๆ
                ก็ๆๆๆ เคนโตะเริ่มหน้าแดง
                ก็อะไร เมาขนาดนั้น ฮีคุงส่ายหน้า
                ก็ชั้นอุตส่าห์ กินเหล้ายอมใจ เคนโตะบอกอายๆ
                หา!!!! งั้นไม่ต้องยอมใจเลย ฮีคุงทำหน้าเจ้าเล่ห์
                ไอ้บ้า ไปเลย ไปไกลๆ เคนโตะผลัก
                ไปก็ได้ แต่ขอก่อนนะ พูดจบก็ยื่นหน้ามาขโมยจุบเคนโตะ แล้วเผ่นพรวด 
                ไอ้บ้า มานี่เลย เคนโตะลุกตาม ฮีคุงหัวเราะขำๆกับท่าทางเขินๆของเคนโตะ  ตอนนี้เขาไม่ต้องคิดมากแล้ว เพราะอยากน้อยหมอนี่ก็ไม่ได้เกลียดเขาซะทีเดียว ส่วนเรื่องอื่นๆค่อยๆให้เคนโตะรู้ทีละเล็กละน้อยแล้วกัน เคนโตะชนเข้ากับแผ่นหลังของฮีคุงอย่างจัง รู้สึกว่าหมอนี่สูงจริงๆนะ แถมยังมีกล้ามเนื้อมากกว่าที่คิดอีก อะไรกัน จะมาเขินอะไรตอนนี้ เคนโตะเม้มปาก..แต่ดูเหมือนฮีคุงจะไม่รู้เรื่องอะไร คว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไปเงียบๆ เคนโตะร้อนผ่าวไปทั้งหน้า  สงสัยจะบ้าไปแล้วแน่ๆ ค่อยๆผ่อนลมหายใจ เก็บเอาไว้เป็นความลับก่อนแล้วกัน