“อะไรนะ
ของขวัญชิ้นนั้นนายเตรียมให้คนอื่น ไม่ใช่ชั้น” ฮีคงแผดเสียงดังลั่น
พร้อมกับปัดของขวัญในมือเคนโตะทิ้งอย่างไม่ใยดี
อะไรกันมันควรจะเป็นของเขาไม่ใช่เหรอ นี่เคนโตะกำลังนอกใจ
ไม่สิน่าจะพูดว่าเขายังไม่ทันพูดอะไรเลยมากกว่า..ตั้งแต่รู้จักกันมาหมอนี่ไม่เคยหันมามองเขาด้วยซ้ำ
ทำเหมือนกับเขาไม่มีตัวตนอีกตังหาก ทั้งๆที่ทุกเสี้ยวนาทีเขานึกถึงเคนโตะอยู่ตลอด
แต่สิ่งที่เขาแสดงออกเคนโตะน่าจะรู้ดีอยู่แล้ว
“ใจเย็นๆน่า”
ฟุกกะตบไหล่เพื่อนเบาๆ ส่วนนาเบ้ก็เดินไปเก็บของขวัญให้ เคนโตะที่อยุ่ในอาการตะลึงกับสิ่งที่ฮีคุงทำ
เขาเม้มปากนิดๆ หันมามองหน้าฮีคุงนิดนึง ก่อนจะเอื้อมมือไปกรับกล่องของขวัญจากนาเบ้ ฮีคุงยกนิ้วโป้งขึ้นปัดจมูกอย่างหัวเสีย แล้วเดินจ้ำอ้าวจากไปอย่างไม่ใยดี
“ชั้นทำอะไรผิด”
เคนโตะหันไปถามนาเบ้เบาๆ
“ผิดทั้งหมดนั่นแหละ
ตั้งแต่นายไปหาของขวัญ “ ฟุกกะบอก
“นายนี่น้า
ไม่รู้หรืองัยว่าหมอนั่นเค้าคิดยังงัยกับนาย ตั้งแต่เข้ามา หมอนั่นก็มองนายมาตลอด”
นาเบ้ยังคงปากโพล่งเหมือนเคย เลยโดนฟุกกะตบหัวอย่างแรง “มันเจ็บนะโว้ย “
นาเบ้ลูบหัวตัวเอง
“เรื่องอย่างนี้
ต้องให้เจ้าตัวเค้าพูดสิวะ” ฟุกกะตาขวาง
“เออ
โทษที “ นาเบ้หัวเราะแฮะๆ เคนโตะมองหน้าเพื่อนร่วมแก๊งทั้งสองคน
ก่อนจะก้มหน้านิ่ง นี่เขาทำเรื่องบ้าๆอีกแล้วใช่ไหม
ตั้งแต่เข้ามาก็มีแต่เรื่องๆบ้าให้ฮีคุงปวดหัวอยู่ตลอด สิ่งที่ฮีคุงทำตัวเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าคิดไปฝ่ายเดียวหรือเปล่า
“ก็ชั้นคิดว่าฮีคุงทำตามหน้าที่เฉยๆ
ต้องขอโทษ” เคนโตะพรึมพรำเบาๆ
“อย่าหาว่างั้นงี้เลยนะ
ไว้ฮีคุงอารมณ์เย็นนายค่อยไปปรับความเข้าใจดีกว่า
ตอนนี้ปล่อยหมอนั่นให้อยู่คนเดียวสักพัก”ฟุกกะแนะนำ
ถึงฮีคุงจะดูสุขุม แต่จริงๆแล้วข้างในร้อนอย่างกับไฟ
เขาไม่กล้าคิดถ้าเคนโตะไปหาตอนนี้ มันจะเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง
..............................................................
ฮีคุงรู้สึกเหมือนโลกทั้งโลกมันดับไปต่อหน้า
ทั้งเจ็บทั้งเหนื่อย อยากหนีไปไกลๆจากสภาพแบบนี้
ความรู้สึกที่เขามีให้กับคนที่มีฐานะเป็นผู้นำ ไม่สมควรเลย
รู้ถึงไหนอายไปถึงนั่น แต่เรื่องราวของหัวใจมันห้ามกันได้ซะทีไหน
สิ่งที่ทำในวันนี้ คงทำให้เคนโตะเกลียดเขาขึ้นมาแน่ๆ แววตาตื่นตระหนกของเคนโตะมันยังฝังแน่นอยู่ในหัวสมอง
ไม่มีคำแก้ตัวใดๆอีกแล้ว
เสียงเคาะประตูดังรัวๆขึ้นมาตอนกลางดึก
ฮีคุงลุกขึ้นไปเปิดประตูอย่างหัวเสีย
คิดเอาไว้ว่าถ้าเป็นนาเบ้หรือฟุกกะจะด่าซะให้เข็ด
ทันทีที่เปิดประตูเขาก็ต้องตกใจกับผู้มาเยือน
“นายนี่”
นิ้วจิ้มหน้าผากฮีคุงรัวๆ กลิ่นเหล้าคละคลุ้งไปหมด
“นี่นาย”
ฮีคุงจับมือเอาไว้ พร้อมกับกับรับร่างที่เซเข้ามาหา
“จนตอนนี้ช้านก็ม่ายเข้าจาย
ทามมายกัน “ เคนโตะยกมือขึ้นเกาะคอฮีคุงไว้
ก่อนจะม่อยหลับไปทั้งยืน ฮีคุงส่ายหน้างงๆ หมอนี่กินเหล้าด้วยเหรอ คงคิดมากแน่ๆ
แล้วทำไมนาเบ้กับฟุกกะถึงไม่ห้าม ...แต่ตอนนี้ควรทำอะไรกับหมอนี่สักอย่าง ปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ดีแน่
..ฮีคุงค่อยๆแบกเคนโตะไปไว้ที่เตียง ถอดรองเช้ากับเสื้อผ้าออก เฮ้ยอย่าคิดมาก
แค่จะเอาน้ำมาเช็ดตัวจะได้นอนสบายๆ ผู้ชายด้วยกันไม่แปลกหรอก(คิดว่านะ) ฮีคุงพรึมพรำกับตัวเอง
จากนั้นก็กจัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เคนโตะดันเข้าไปนอนด้านใน ส่วนตัวเองก็นอนด้านนอก
เพียงไม่กี่นาทีก็หลับคร่อกกก
“เฮ้ย”
เคนโตะร้องลั่นห้องเมื่อตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองใส่บ๊อคเซอร์แค่ตัวเดียว
แถมข้างๆยังมีฮีคุงนอนอยุ่อีกตังหาก พระเจ้าช่วย
นี่เขากลายเป็นผัวหรือเมียฮีคุงไปแล้วเนี่ย
ยกมือขึ้นตบหน้าผากฮีคุงดังเพี้ยะ ถ้าจะเกิดอะไรขึ้นเป็นตอนที่รุ้ตัวไม่ได้หรืองัย
ผลของแรงตบทำให้ฮีคุงลุกพรวดขึ้นงงๆ พอเห็นเคนโตะนั่งอยู่ก็หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง
“ชั้นปล้ำนาย
หรือนายปล้ำชั้น” เคนโตะถามตรงๆ
“เฮ้ยบ้าหรือเปล่า
ชั้นยังไม่ได้ทำอะไรนายเลยนะ “ ฮีคุงลูบหน้าผากตัวเองเบาๆ
“ก็ๆๆๆ
“ เคนโตะเริ่มหน้าแดง
“ก็อะไร
เมาขนาดนั้น “ ฮีคุงส่ายหน้า
“ก็ชั้นอุตส่าห์
กินเหล้ายอมใจ” เคนโตะบอกอายๆ
“หา!!!!
งั้นไม่ต้องยอมใจเลย “ ฮีคุงทำหน้าเจ้าเล่ห์
“ไอ้บ้า
ไปเลย ไปไกลๆ “เคนโตะผลัก
“ไปก็ได้
แต่ขอก่อนนะ” พูดจบก็ยื่นหน้ามาขโมยจุบเคนโตะ
แล้วเผ่นพรวด
“ไอ้บ้า
มานี่เลย” เคนโตะลุกตาม ฮีคุงหัวเราะขำๆกับท่าทางเขินๆของเคนโตะ ตอนนี้เขาไม่ต้องคิดมากแล้ว
เพราะอยากน้อยหมอนี่ก็ไม่ได้เกลียดเขาซะทีเดียว ส่วนเรื่องอื่นๆค่อยๆให้เคนโตะรู้ทีละเล็กละน้อยแล้วกัน
เคนโตะชนเข้ากับแผ่นหลังของฮีคุงอย่างจัง รู้สึกว่าหมอนี่สูงจริงๆนะ แถมยังมีกล้ามเนื้อมากกว่าที่คิดอีก
อะไรกัน จะมาเขินอะไรตอนนี้ เคนโตะเม้มปาก..แต่ดูเหมือนฮีคุงจะไม่รู้เรื่องอะไร
คว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไปเงียบๆ เคนโตะร้อนผ่าวไปทั้งหน้า สงสัยจะบ้าไปแล้วแน่ๆ ค่อยๆผ่อนลมหายใจ เก็บเอาไว้เป็นความลับก่อนแล้วกัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น