หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2556

Together (kojes)


วันนี้มีอัดโชเนน..พอเลิกเรียนปุ๊บโคจิก็เผ่นแน่บ เพราะตัวเองอยู่ไกลกว่าชาวบ้าน ขืนออกช้ากว่านี้ต้องไปเบียดกับชาวบ้านบนรถไฟอีก จริงๆแล้วก็ไม่ชอบคนแยะเท่าไหร่แต่เลี่ยงไม่ได้ สถานที่อัดมันอยู่ใจกลางเมือง แถมยังเป็นแหล่งยอดนิยมของวัยรุ่นอีก สิ่งที่ทำได้ก็คือทำใจ ยกประเป๋ากระชับบ่า หยิบไอโพนขึ้นมาเปิดเพลงฟัง เฮียโฟนสีขาวถูกใส่เอาไว้ที่หูสองข้าง ยิ้มบางๆให้กับตัวเอง วันนี้ก็พยายามอีกวัน... เสียงเพลงหวานๆครวญผ่านเข้าสู่โสตประสาท สิ่งที่ต้องทำเป็นกิจวัตรหลังจากเข้ามาที่นี่ก็คือซ้อม อัดรายการ ถ่ายแม็ค ซึ่งถ้าเปรียบเทียบงานกับคนอื่นแล้วดูน้อยมากเพียงแต่ตอนนี้มีภาระเพิ่มขึ้นอีกก็คือเรียน...พอเข้ามหาลัยแล้วอะไรๆก็ดูยุ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ยังพอมีเวลาจะทำโน่นทำนี่ได้บ้าง ไม่เหมือนกับคนอื่นๆที่ยุ่งอยุ่ตลอดเวลา สำหรับเขาแค่นี้ก็พอแล้ว
                โอ๊ะ เขาตกใจเล็กน้อย เมื่อลงจากรถไฟ กำลังจะเดินออกไปด้านนอก ก็เจอเข้ากับเพื่อนๆที่เดินมาเป็นกลุ่มใหญ่ ดีจังน้าเรียนอยู่ที่เดียวกันแล้วมาด้วยกัน แต่เดี๋ยวก่อน เจ้าเด็กยักษ์มันเกี่ยวอะไรด้วยล่ะเนี่ย
                โคจิ พอเห็นก็วิ่งแจ้นเข้ามาหา
                มาด้วยกันได้งัยเนี่ย โคจิชะโงกไปมองไทกะ
                อึ่ม โทรไปเรียกให้หมอนี่มารับน่ะ ไทกะยิ้มบางๆ
                อ้าวเหรอ ใช้งานได้เหมือนกันนี่  โคจิยีหัวเบาๆ เจสหัวเราะเขินๆ ไทกะหัวเราะเบาๆ เจสเหมือนน้องชายขนาดบิ๊กไซด์ที่ทั้งขี้อ้อนและกวนประสาทแต่เรื่องพึ่งพานี่รับรองได้ อย่างวันนี้ไทกะไม่อยากมาอัดรายการคนเดียวก็เลยโทรนัดเจส ส่วนคนอื่นๆก็ไปกันเป็นกลุ่มใหญ่ ไม่ใช่ไม่อยากไปด้วยแต่รู้สึกเหมือนเข้ากับคนอื่นลำบาก ตัวเองเป็นคนที่ไม่ค่อยเข้าหาใครก่อน ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนมันเลยกลายเป็นอย่างที่เห็น
                อย่าทำเหมือนเด็กสิ เจสบ่น
                ก็ยังเด็กอยู่นี่นา โคจิหัวเราะ เจสหน้ายุ่ง ถึงจะเด็กแต่ก็ตัวโตกว่าแหละน่า อยากจะพูดออกไปแต่ไม่กล้า เลยเดินตามไปเงียบๆ นี่ถ้าเป็นคนอื่นคงสวนไปแล้ว แต่กับคนนี้ไม่อยากทำให้หัวเสีย ถึงแม้จะยากก็เหอะแต่ถ้าหมอนี่โกรธคงแรงสุดๆแน่ๆ เดินตามต้อยๆเงียบๆ
                โคจิชักสงสัย ทำไมเจ้าเด็กยักษ์ถึงเงียบตลอดทาง ก็เลยหันมามองและหยุด
                ผลั๊ก..” ไอ้เด็กบ้ามันไม่มองจริงๆด้วย เป็นผลให้ชนกันอย่างจัง แรงมหาศาลทำให้คนหยุดเซไปโดนไทกะเป็นผลให้ร่วงลงไปนั่งกับพื้นทั้งคู่ในขณะที่อีกคนยืนมองด้วยความตกใจ
                บอกเลยว่าโคตรเจ็บ ไทกะเองก็เหมือนกัน ร้องไม่ออกได้แต่หลับตาปริบๆ จู่มันบ้าอะไรของมันนะ หยุดไม่มีปี่มีขลุ่ย..
                เฮ้ยโคจิ เป็นไรมั้ย เจสกุลีกุจอไปฉุดโคจิให้ลุกขึ้น นี่ถ้าไม่หล่นลงไปทับกระเป๋าคงได้เจ็บกว่านี้ 
                ชั้นไม่เป็นไร ไทจังเจ็บมั้ย ดูดิ่แทนที่จะห่วงตัวเองดันไปห่วงไทกะ รู้สึกผิด นี่ถ้าไม่หยุดก็คงไม่เจ็บตัวอย่างนี้และคนอื่นก็คงไม่เจ็บด้วย
                ขอโทษนะไทจัง ขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่
                ไม่เป็นไร ไทกะลุกขึ้นปัดฝุ่นที่กางเกง
                ก็จู่ๆนายเงียบไปชั้นเลยสงสัย ว่าโกรธอะไรหรือเปล่า โคจิบอกเจสเสียงอ่อย
                ชั้นจะไปโกรธนายได้ยังงัยล่ะ นายไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย เจสถอนหายใจ มองโคจิแล้วส่ายหัวบางทีหมอนี่ก็ดูเป็นผู้ใหญ่บางทีก็เด็กเสียจน....
                โคจิเป็นโรคกังวลกับคนรอบข้างอีกแล้ว ไทกะจิ้มแก้มโคจิเบาๆ
                ก็มัน... โคจิไม่รู้จะแก้ตัวยังงัย นี่คงเป็นข้อดีของหมอนี่ละมัง
                เอาเถอะถือว่าเป็นข้อดีของนายแล้วกัน ไทกะหัวเราะ
                นั่นสิๆๆ เจสหัวเราะ ยกแขนล็อคคอโคจิแล้วเดินต่อ...ไทกะหัวเราะขำๆ เจสอารมณ์ดีแล้วสิ ที่เงียบไปตะกี้คงงอน..ช่วงนี้อยู่กับสองคนนี้บ่อยๆเลยรู้นิสัยเป็นอย่างดี คนนึงขี้งอนขี้อ้อน คนนึงขี้กังวล เห็นแล้วน่ารักดี นี่ถ้าได้เรียนอยู่กับสองคนนี้ไม่ว่าคนไดคงสนุกแน่ๆ แต่นี่น่าเสียดายเพราะโคจิเรียนมหาลัยแล้ว ส่วนเจสก็เรียนอยู่อีกโรงเรียนนึงเลยรู้สึกว่าเหงาอยุ่เหมือนกัน..
                พวกนายมาด้วยกันได้งัยเนี่ย จูริเอ่ยถามคนแรก ขณะที่สามหนุ่มเดินเข้ามาในห้องแต่งตัว
                บังเอิญเจอกัน ไทกะรีบบอก เจสกับโคจิหันมามองหน้ากัน ไม่พูดอะไรต่อ ได้แต่เดินไปที่กระจกเตรียมแต่งตัวอัดรายการ โฮคุโตะนั่งไดร์ผมอยู่หน้ากระจก ส่วนชินกำลังกินโปเตโต้ชิบอย่างเอร็ดอร่อย สามคนที่เหลือก็เลยต้องรีบจัดการกับตัวเองก่อนถึงเวลาอัดจริง
                ช่วงแสตนบาย  เจสมายืนอยู่ข้างหลังโคจิ จากนั้นก็เอาคางเกยไหล่โคจิเอาไว้ รอให้พร้อมก่อนอัด โคจิเอื้อมมือมาลูบหัวเจสเบาๆ
                ชั้นว่าไทจังดูแปลกๆนะ เจสเริ่มบทสนทนา
                เรื่องที่ห้องแต่งตัวใช่ไหม โคจิถาม
                อึ่ม
                คงไม่อยากให้คนอื่นรู้มั้ง ถ้าเป็นชั้นก็คงอย่างนั้น ไม่มาด้วยกันแต่กลับโทรไปหานาย โคจิอธิบาย
                นั่นสินะ ไทจังเป็นคนเงียบๆนิ เจสส่ายหัวไปมา
                ช่วงนี้ดูเหมือนจะเครียดด้วยมั้ง ทั้งเรื่องย้ายโรงเรียน เรื่องเพื่อนใหม่อีก ต้องปรับตัวแยะเลย เป็นห่วงเหมือนกันนะ
                นายก็ต้องปรับตัวในมหาลัยไม่ใช่เหรอ เจสย้อนถาม
                ชั้นพวกเข้ากับคนได้ง่ายน่ะ โคจิหัวเราะ
                ..................................เอาล่ะหนุ่มๆ จะเริ่มล่ะ สต๊าฟซังตบมือตะโกนบอก บทสนทนาจึงจบลงเท่านั้น...
            ………………………………………………………………………………………
                เวลาที่หนุ่มๆหกคนมาอยุ่ด้วยกันความครื้นเครงจึงเกิดขึ้น ถึงแม้ชินจะอยุ่ไม่ถึงจบรายการ แต่ก็อยุ่ด้วยกันจนถึงนาทีสุดท้าย เพราะหมอนี่ยังเด็ก ต้องกลับก่อนเวลา จะเหลือก็แค่พวกหนุ่มๆอีก 5 คนที่จ้อไม่หยุด ยิ่งได้จูริกับโคจิผสมโรงกัน ส่งเสียงเซ็งแซ่จนคนที่เดินผ่านอดหยุดฟังไม่ได้ ความน่ารักและความเกรียนของแต่ละคน ....
                แยกย้ายๆๆ ดึกแล้วเด็กๆ เสียงสต๊าฟดังมา ทั้งห้าหันมามองหน้ากันด้วยความเสียดาย แต่ก็ต้องแยกย้ายเพราะดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ต้องไปเรียนแต่เช้าอีก กว่าจะถึงบ้านกว่าจะได้นอน ...
                โคจิสะพายกระเป๋าล่ำลาเพื่อนๆก็เดินลิ่วออกมาจากห้องส่ง บ้านไกลกว่าเพื่อนเรียนก็ไกลกว่าเพื่อนนี่แหละความลำบากของเด็กมหาลัย  บริเวณถนนเดินเท้าที่อยู่หน้าสถานีดูเงียบจนน่ากลัว แต่เส้นทางนี้เขาเดินจนชิน สี่ปีแล้วจะว่าเร็วก็เร็วจะว่าช้าก็ช้า ถ้าเทียบกับคนอื่นๆก็ถือว่าประสบการณ์ยังน้อย  สูดหายใจเต็มปอดเดินทอดน่องไปเรื่อยๆอย่างไม่รีบร้อน พรุ่งนี้ไม่มีเรียนเช้า ตื่นสายได้สบายๆ
                รอด้วยสิ เสียงเรียกดังขึ้น พร้อมๆกับเจ้าของเสียงที่วิ่งกระหือกระหอบเข้ามาหา
                อ้าว ชั้นนึกว่านายกลับไปแล้ว โคจิหยุดรอ ให้คนวิ่งมาหายเหนื่อย
                ชั้นไปยืนรอนายอีกประตูนึง เจสหอบแฮ่กๆ
                อ้าวเหรอ โทษที โคจิหัวเราะ ค่อยๆ ไม่รีบ
                อื้อ ชั้นก็ลืมส่งแมสเซสหานาย เจสยิ้ม
                นั่นดิ่ แล้วแมสเซสบอกที่บ้านหรือยัง โคจิย้อนถาม
                ส่งไปแล้ว กะว่าจะแวะแมค หิวมากเลย แวะนะ เจสส่งเสียงอ้อน
                เอาสิ ชั้นก็หิวเหมือนกัน ไปกันเลย คว้าแขนเจสได้ก็เดินลิ่ว เจสเดินตามไปขำๆ หมอนี่ไม่เคยปฏิเสธเขา หากทำตาละห้อยส่งเสียงอ้อนหน่อย รับรองทำตามทันที
                ปกติมักมีแฟนๆมาขอจับมือบ้างแอบถ่ายรูปบ้าง แต่วันนี้ไม่มีเลยตลอดทาง คงเพราะดึกมากแล้วที่ร้านแม็คก็ไม่เจอ เจอแค่เด็กจูเนียร์เหมือนกันที่แวะมาหาอะไรรองท้องด้วยความหิว เด็กกำลังโตกินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่มหรอก..อย่าได้เผลอไปเป็นเจ้ามือเลี้ยงเชียวรับรองกระเป๋าแห้ง...
...............................................................
                งั้นแยกกันตรงนี้นะ กลับดีๆล่ะ โคจิยกมือขึ้นยีหัวเจส
                อึ่ม นายก็เหมือนกัน ฝันดีนะ เจสยกมือขึ้นจับมือโคจิ ค่อยๆเอาลงช้าๆ โคจิหัวเราะในขณะที่เจสยิ้มเขินๆ
                ฝันดีเหมือนกัน พูดจบก็เดินขึ้นบันไดไปอีกฝั่ง เพราะบ้านอยู่คนละทาง เลยต้องต่างคนต่างกลับ เจสรู้สึกเสียดายนิดๆ แต่ไม่เป็นไรยังต้องทำงานร่วมกันอีกแยะ......
                ......................................................
                ตืดๆ เสียงข้อความเข้า ค่อยๆเปิดอ่านช้าๆ
                หลับฝันดีนะ .....
”=___________=”
พิมพ์ๆๆ....ส่ง
ฝันดีเหมือนกัน เด็กบ้านอนได้แล้วดึกแล้ว
ตืดๆ....
รับทราบ โคจิอ่านข้อความขำๆ เหลือบไปมองนาฬิกาเที่ยงคืนแล้ว คืนนี้นอนเลยดีกว่า ไม่มีอะไรค้าง การบ้านก็ทำเสร็จตั้งแต่ก่อนอัดรายการแล้ว คิดถึงสีหน้าเด็กยักษ์ตอนอ่านข้อความแล้วก็อดยิ้มไม่ได้..ไม่กี่นาทีก็หลับปุ๋ย
                                         ................................................................................
นี่ถ้าจะเข้ากันได้ขนาดนี้ก็ไม่ต้องกังวลตั้งแต่แรกก็หมดเรื่อง นึกถึงวันแรกที่เจอกันก็อดขำไม่ได้ ตอนนี้ดูสิไม่ว่าจะย่างก้าวไปทางไหนของกองถ่ายก็ต้องเจอคู่นี้อยู่ด้วยกันเสมอ วันนี้คุยอะไรกันเห็นหน้าดำคร่ำเครียดพอเข้าไปถามไถ่ก็กลายเป็นว่ากำลังคุยเรื่องอนาคตกันอยู่ ................
เออเจ้าพวกนี้.....บางทีก็ดูบ้าๆบอๆ บางทีก็ดูมีหลักการ.......
เอาแต่มองเจ้าสองคนนั่นไม่เบื่อหรืองัย โฮคุเดินเข้ามาถาม ขณะที่เห็นไทกะนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
ชั้นว่ามันน่ารักมากเลยล่ะ เจสตามคลอเคลียโคจิเหมือนลูกแมวเลย ไทกะยิ้มอารมณ์ดี
คนบ้าอยู่กับคนบ้านี่ จูริเสริม
อ้าวแล้วนายไม่บ้าเหรอ โฮคุถาม
ไม่บ้าเว้ย จูริยักคิ้ว
พวกนายนินทาในระยะเผาขนเลยนะ ชั้นได้ยินนะโว้ย โคจิตะโกนบอก
เค้าเรียกว่าจงใจเว้ย จูริตอบ
ว่าแต่พวกนายซ้อมกันเรียบร้อยแล้วเหรอ เจสซี่เดินเข้ามาหา
เรียบร้อยแล้ว พร้อมเต็มที่ ชินทำท่าฮึด
พักนี้พวกเราอยู่ด้วยกันตลอดเลยเนอะ ชั้นรู้สึกสนุกมากๆเลยล่ะ ชินยิ้มกว้าง ไม่เหลือมาดบังโจวเลยแม้แต่น้อย ถึงในเรื่องจะรับบทเป็นหัวหน้า แต่ก็อายุน้อยสุด พอนอกจอเลยเป็นอย่างที่เห็น ขี้เกรงใจและใจดีตามพวกพี่ๆไปหมด
ชินจังนี่น่ารักจังน้า จูริคลอนหัวชินเบาๆ
ถ้าต้องแยกกันไปคงเหงาแย่เลย ชินยิ้มเจื่อน
โอ้ยไม่ต้องคิดมากหรอกพวกเรายังงัยก็ยังอยู่ด้วยกันอีกนาน โคจิตัดบทเมื่อเห็นทุกคนเริ่มนิ่ง..ชินรักทุกคนจริงๆพอนึกถึงเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นต้องเงียบลงทุกทีตราบใดที่ยังไม่ได้เดด้วยกันทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนทั้งนั้นจะรวมกันอยู่หรือแยกกันไปนั่นก็อีกเรื่องนึง ......
                ตอนนี้พวกเขาข้ามขั้นจากจูเนียร์ฝึกหัดมาเป็นจูเนียร์แล้ว จริงมีผลประโยชน์เข้ามาข้องเกี่ยว ไม่ว่าจะเป้นหารเซ็นสัญญาหรือว่าเงินเดือนที่ได้รับ และยังคงมีงานเข้ามาให้ทำเรื่อยๆ มากน้อยแล้วคน โคจิ จูริ เจส มีงานประจำ มีรายการประจำ ในขณะที่โทกะ โฮคุ และชิน ยังคงรับงานไปเรื่อยๆ ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันถือว่าเป็นสิ่งลำค่าที่สุดสำหรับชิน....
ไม่ต้องเหงาน้าชินจัง ยังงัยซะ ชั้นก็อยู่กับชินจังตลอดแหละ จูริยักคิ้ว
หื อยู่กับจูริแล้วสนุกดี ชั้นชอบ ชินยิ้มหน้าบาน
เอาเหอะ ตอนนี้คิดถึงเรื่องงานก็พอ พวก  ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของโคจิ.วันนั้นทั้งวันหกหล่อเลยพยายามเก็บเกี่ยวความสนุกเต็มที่ เลยดูเฮฮาเป็นพิเศษจนสต๊าฟอดแปลกใจไม่ได้ แต่ด้วยความน่ารักของแต่ละคน ทำให้คนที่คลุกคลีอยู่อดมีความสุขไปด้วยไม่ได้....
..............................ความสุข มักมีมาเพียงเวลาอันสั้น.............โคจิรู้ดี เพราะผ่านมันมาหมดแล้ว ทั้งสุขสุดๆและทุกข์สุดๆ  เขาผ่านช่วงเวลานั้นมาหมดแล้ว ..........วันนี้ภาวนาให้เพื่อนๆในกลุ่มรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นให้ได้ก็เพียงพอแล้ว
.............................................................................................................................................................
คงเหงานะ ถ้าไม่มีนาย เจสนั่งหันหลังพิงหลังโคจิ
ไม่เหงาหรอก นายอยุ่ที่ไหนก็มีเพื่อนใหม่อยู่เสมอ โคจิหัวเราะในลำคอ
ไม่หรอก จะกี่คนก็คงไม่เหมือนนาย เจสถอนหายใจ...
เจ้าเด็กแก่แดด อย่ามั่นใจอะไรขนาดนั้นเลย โคจิยิ้มกว้าง
งั้นนายก็รอดูสิ รอดูนะ ว่าชั้นวันนี้กับอนาคตจะยังเหมือนเดิมไหม เจสเอนหัวลงหนุนไหล่โคจิ
...... ไม่มีคำตอบ...คู่ชินเมะมักจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ยิ่งดังยิ่งเปลี่ยนบ่อย ไม่มีอะไรแน่นอน และความสนิทสนมของแต่ละคู่ก็เปลี่ยนไป เพราะการทำงานร่วมกันทำให้รู้ถึงนิสัยใจคอ การห่างหายกันไป ทำให้ความสนิทสนมกันกับคู่เดิมๆก็เปลี่ยนไปด้วย..............
ไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ใช่เรื่องใหม่ มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเสมอ และทุกคนต้องยอมรับมัน แม้จะไม่ต้องการที่เจอะเจอก็ตามที ดังนั้นช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันจึงต้องตักตวงความสุขและความรู้สึกดีๆเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่มันจะผ่านไปจนไม่สามารถเรียกมันกลับมาได้อีกเลย
            ย่ำค่ำ ตารางงานใหม่ออก ทุกสิ่งทุกอย่างราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ  กลุ่มที่เคยอยู่กันอย่าเหนียวแน่นโดนจับแยก เจสนั่งมองตารางงานแล้วทำตาปริบๆ เหลือบไปมองคนที่ร่าเริงที่สุด บัดนี้กลับก้มหน้านิ่ง ความเปลี่ยนแปลงที่ค่อยๆคืบคลานเข้ามา งานเขาแยะขึ้น แต่เพื่อนในกลุ่มงานกลับน้อยลง ถ้าเลือกได้อยากให้ทุกคนก้าวไปพร้อมกัน สุขเศร้าเหงาด้วยกัน 
                ชั้นไม่ชอบเลยนะ ทำไมต้องจับแยกกันจูริโยนแฟ้มลงบนโต๊ะ อยุ่ด้วยกันมาเป็นปี จู่ๆก็ต้องแยก
                ใจเย็นดิ่ โฮคุปราม
                นั้นสิชั้นว่าพวกเราชี้กันขนาดนี้แล้ว ชั้นเห็นด้วยกับจูรินะ ชินเสริมขึ้นอีกคน โคจิมองหน้าเพื่อนๆ ก่อนจะลุกไปจากห้องเงียบๆ ตอนนี้คนที่คิดมากที่สุดคือตัวเขาเอง ถึงแม้จะดูเป็นคนไม่ค่อยมีอะไร เขารู้ดีว่ากว่าจะมาถึงตรงนี้ต้องพยายามอย่างมาก พอก้าวผ่านมันมาได้เขาก็มีความฝันเล็กๆที่อยากจะทำให้สำเร็จ แต่ตอนนี้คนอื่นๆก้าวไปข้างหน้า ในขณะที่เขากำลังจะหยุดยืนอยู่กับที่
                อย่าคิดมากเลยนะ เจสเดินเข้ามานั่งข้างๆ
                อื้อ แค่ออกมารับลมแค่นั้นเอง เขาบอกสายตาเหม่อมองไปไกล ใบหน้าด้านข้างดูสับสน เจสถอนหายใจ ไม่มีคำตอบได้หลุดออกมาจากปาก ได้แต่นั่งเป็นเพื่อนอยู่เงียบๆ
                บางครั้งชั้นอาจไม่เหมาะกับตรงนี้ โคจิถอนหายใจ
                ห้ามพูดอย่างนั้นเด็ดขาดนะ เจสเสียงเข้ม รู้สึกไม่ชอบที่โคจิเป็นอย่างนี้ เขาอยากให้เพื่อนรุ่นพี่ที่อยู่ตรงนี้ พยายามด้วยกันกับเขา ไม่ว่าจะตำแหน่งอะไรก็อยากให้อยุ่ข้างๆ
                ชั้นก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยนั้นแหละ โคจิยิ้มบางๆ
                อยู่ตรงนี้นะ พยายามด้วยกัน เวลานายทำงานก็พยายามเผื่อชั้นและชั้นก็จะพยายามเผื่อนาย เจสยิ้มตอบ เอื้อมมือมาบีบมือโคจิเบาๆ
                อื้ม โคจิพยักหน้าเมื่อเลือกแล้วก็ต้องก้าวต่อไป และทำมันให้ได้
                สต๊าฟบอกให้ทุกคนมารวมตัวกัน และสั่งให้แต่งตัวให้เรียบร้อย วันนี้มีอัดรายการเทปแรกของเดือน อากาสช่วงหน้าหนาวมันช่างหนาวถึงขั้วหัวใจจริงๆ
 ---------------------------------------------------
                 อยากมาจากห้องซ้อมหิมะก็โปรยปรายลงมาทันทีและดูเหมือนจะหนักขึ้นเป็นลำดับ โคจิกระชับผ้าพันคอให้แน่นขึ้น จาตรงนี้ถึงสถานีใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที ถึงไม่ไกลนักแต่ก็เอาการอยู่เหมือนกันยามอากาศหนาวขนาดนี้ เพื่อนๆกลับกันไปหมดแล้วเหลือเพียงเด็กแบ็คไม่กี่คนที่รอให้ที่บ้านมารับ จะไปสอบใบขับขี่แล้วซื้อรถดีมั้ยนะ แต่งานยังลุ่มๆดอนๆอย่างนี้ไม่อยากคิดเลย พุ่งนี้วันหยุด จะไปไหนดี หรือนอนอยู่กับบ้าน ที่มหาลัยไม่มีเรียน ถ้าอยู่เฉยๆต้องฟุ้งซ่านแน่ๆ
                โคจิ เสียงเรียก พร้อมๆกับเจ้าของเสียที่เดินตรงเข้ามาหาและกอดคอเขาอย่างสนิทสนม
                อ้าวเจ้าเด็กสิบหก ทำไมป่านนี้ไม่กลับบ้าน โคจิมองหน้าเด็กรุ่นน้อง
                ก็รอนายนั้นแหละ พรุ่งนี้วันหยุดใช่ม้า เจสยิ้ม หมอนี่โตแต่ตัวจริงๆ
                รอทำไม โคจิดึงแก้ม
                ไปบ้านชั้นน้า ที่บ้านโคจิไม่ว่าอะไรอยู่แล้วนี่ เจสยิ้ม ความสนิทสนมกันทำให้โคจิไปบ้าเจสบ่อยพอกับจุรินั่นแหละ
                เอ๋ โคจิทำหน้างง
                ไปค้างบ้านชั้นนะ เจสล็อคคอเข้ามาใกล้ๆ ไปนั่งคุยกันให้สว่างคาตาไปเลย เจสหัวเราะ
                มีอะไรจะคุยนักหนา โคจิใจดีเหมือนเคย จุดนี้ละมั้งที่ทำให้เด็กยักษ์คนนี้ตามต้อยๆเป็นลูกเป็ด เรียกได้ว่าเจอโคจิที่ไหนต้องเจอหมอนี่ที่นั่น
                นะ นะ นะ เจ้าเด็กยักษ์เริ่มอ้อน
                เอ้า ไปก็ไป โคจิยกมือขึ้นยีหัว เจสทำปากจู๋ ยกมือขึ้นสางผมเบาๆ พอไปถึงที่สถานีปรากฏว่าหิมะตกหนักจนรถไฟแล่นไม่ได้ สองหนุ่มเลยต้องนั่งรอเวลา ไม่เพียงแต่พวกเขา คนอื่นๆก็คงติดอยู่ที่ไหนสักแห่งเหมือนกัน อากาศที่เลวร้ายขึ้นทุกวันทำให้พวกเยาต้องเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ เดินหามุมสงบนั่งพิงผนังคุยกันสลับกับการฟังเพลง อากาศเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ ต่างคนต่างขยับเข้าหากันกอดกันกลมจนกระทั้งเผลอหลับไป....
                ใกล้รุ่ง เสียประกาสเดินรถไฟเที่ยวแรก เจสแอบมองคนในอ้อมกอดยิ้มๆ รู้สึกว่าโชคดีที่มารับ ไม่งั้นคนๆนี้ต้องติดอยู่ที่นี่คนเดียว และไม่รู้ว่าจะฟุ้งซ่านขนาดไหน แผนการที่ทวางเอาไว้เมื่อคืนต้องล้มเลิกไป พอฟ้าสางก็ต่างคนต่างกลับ โคจิสัญญาว่าจะไม่คิดมาและพยายามทำงานให้แยะขึ้นตั้งใจยิ่งๆกว่าเดิม
                                                ***************
                โคจิเห็นตารางใหม่หรือยัง เจนยิ้มร่า วิ่งเข้ามาชูตารางงานให้ดู
                อื้อ โตจิยิ้ม เจสชอบใบหน้าตอนนี้มากกว่าถึงจะเป็นเพียงงานเล็กๆแต่ก็ทำให้โคจิสบายใจขึ้น
                ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ เจสโค้ง
                เช่นกันโคจิเลียนแบบ
                ตารางงานใหม่เพิ่มการร้องเพลงใน YYJ  ถึงแม้ว่าจะไม่กี่นาที กันก็มีความหมายมากมายสำหรับเขาแล้ว ตารางการถ่ายแบบในนิตยสารถึงจะคนละเล่ม  แต่ก็เป็นเรื่องดี หากคิดดีๆแล้วคงดีกว่าการถูกทิ้งไว้ข้างหลัง  โคจิมีรายการที่ตัองไปอัดทุกวันเสาร์กับพวกพี่ๆเพื่อนๆที่เขาดังกว่า เขาพยายามเรียบรู้งานเพื่อพัฒนาตัวเองยิ่งไปกว่านี้
                วันนี้เลิกงานแล้วไปหาไรกินกันนะ เจสชวน
                เอาสิเดี๋ยวชั้นเลี้ยงเอง ในฐานะรุ่นพี่ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง โคจิมักเป็นอย่างนี้เสมอ แต่ห้ามกินแยะนะ รีบปรามกล้วจะเกินงบ เจสพยักหน้ายิ้มๆ จากนั้นก็แยกย้ายกันไปซ้อม
                ย่ำค่ำ ร้านแม็คโดนัลร้านประจำของพวกเด็กๆ ไม่ว่ารุ่นเล็กรุ่นใหญ่ต้องฝากท้องไว้ที่นี่เสมอ เนื่องจากวันนี้กลับกันค่อนข้างค่ำก็เลยไม่เจอรุ่นน้องที่รู้จัก มีเพียงรุ่นพี่อยู่ไม่กี่คน ยิ้มทักทายแล้วก็ไปหาที่นั่ง
                ดับเบิลชีทเบอร์เกอร์ เมนุโปรดที่ต้องสั่งทุกครั้ง อร่อยและถูก โคจิเลือกสั่งแม็คฟิสซ์  กินปลา แยะๆจะได้ฉลาดๆ เขาเคยบอกย่างนั้น เจสบอกให้โคจิไปนั่ง เขาสั่งไก่ทอดเพิ่มเด็กกำลังโตแค่เบอร์เกอร์จะไปอิ่มอะไร
                อันนี้ชั้นจ่ายเองเขาหันมายิ้ม
                สั่งไปเถอะ ถือว่าตอบแทนที่นายมารับชั้น แล้วก็ติดอยู่ที่สถานีเป็นเพื่อน โคจิเดินไปนั่งรอที่โต๊ะ 
                ประมาณสิบนาทีเจสก็เดินตามมา ตอนแรกไม่รู้สึกอะไรพอเห็นอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าก็หิวขึ้นมากะทันหัน
                ชั้นดีใจมากเลยนะที่สนิทกับนาย เจสเริ่มบทสนทนา
                อื้อ โคจิเคี้ยวเบอร์เก้อตุ้ยๆ
                ถ้าไม่ได้มาแสดงบากะด้วยกันชั้นก็ได้แต่มองนายคุยกับจุริอยู่ห่างๆ เจสยิ้ม
                นายบ้าหรือเปล่าเข้ามาคุยตอนไหนก็ได้นี่ โคจิยกมือดีดหน้าผาก
                ก็จุ่ๆจะให้เข้าไปคุยนี่มัน
                จริงด้วยสิ นายประเภทไม่ค่อยสนิทกับใครก่อนอยู่แล้ว  ต่างกับชั้นนะ เป็นคนไม่คิดอะไร คุยได้ทั่วนั่นแหละ โคจิหัวเราะ
            นายนี่เป็นคนประเภทนั้นจริงๆนั่นแหละ ไม่รู้ตัวว่าตัวเองมีดีอะไร ไม่สังเกตเหรอทำไมคาเมนาชิซังต้องเข้ามาคุยกับนายทุกครั้งที่เจอ เจสถอนหายใน
                แล้ว โคจิทำหน้างง
                ก็เหมือนกับชั้นงัย ทำงัยให้ได้อยู่กับนาย เจสพุดไปกินไป
                เดี๋ยวๆ มันเหมือนคำสารภาพรักเลยนะเนี่ย โคจิหัวเราะขำ
            ก็ใช่อะดิ่ เจสยิ้ม
                เฮ้ยๆ นายสารภาพทั้งที่ที่ของกินเต็มปากเนี่ยนะ เดี๋ยวๆ สารภาพ เฮ้ย กับชั้น ชี้เจสแล้วมาชี้ตัวเอง โคจิทำหน้าเหวอ เอาเข้าแล้วงัย ล้อเล่นใช่มั้ย
                ป่าวนี้หรือจะให้จูบโชว์ เอื้อมมือไปแตะริมฝีปากโคจิ
                นะ นะ นาย โคจิหน้าแดงแป๊ด
                เตรียมตัวโดนกินได้เลย เจสประกาศ
                เฮ้ย.. ไม่มีทาง โคจิขุ่ฟ่อ
                ชั้นจีบนายไม่ได้เหรอ เจสทำเสียงสลด
                ไม่ใช่ว่าไม่ได้ แต่นี่มัน อีกอย่างชั้นไม่ใช่พวกเคะด้วย ที่จะหน้าชื่นตาบานกับเรื่องแบบนี้ โคจิหัวเราะ
                เอาเหอะถ้าเป็นนาย ชั้นยอมเคะให้คนเดียวนะ เจสยิ้มจนตาหยี 
ไอ้เด็กบ้า…..” โคจิถอนหายใจไม่รู้จะพูดอะไรต่อได้แต่ยกมือขึ้นยีหัวเจ้าเด็กยักษ์ตรงหน้า ไม่มีความโรแมนติกซะเลย  มันเหมือนท้าต่อยกันมากกว่าสารภาพนะเนี่ย แต่ช่างเถอะคิดว่าพรุ่งนี้ข่าวนี้คงกระจาย ทำไมเหรอก็ตอนที่หมอนี่พูดรุ่นพี่โตะอื่นๆกันมามองและตั้งใจฟังกันทุกคน ที่สำคัญดันตบมือกันเกรียว T_T บ้าไปแล้ว บากะจริงๆ
รุ่งเช้า.............ข่าวโคเจสโดนกลบด้วยข่าวบากะมีคอนซัมมารี่ร่วมกันเดือนหน้า....หกหนุ่มดีใจจนช็อค ชินน้ำตาร่วงไม่หยุด...ดีใจกันสุดๆ.............
ลูกแมวขี้แย นั่งตาแดงก่ำ..................
เด็กยักษัยิ้มหน้าบานไม่หุบอยู่ข้างๆพี่ใหญ่ที่เอาแต่ยิ่มกรุ้มกริ่ม
หนุ่มหน้าสวยอารมณ์ดีทั้งวัน.................
เจ้าลิงยักษ์ที่นั่งเม้าส์กับเด็กแร๊พไม่หยุด....เรื่องคอนฯ
.........................................................................................
เมื่อโอกาสมาอยู่ตรงหน้า ทุกคนเลยต้องพยายาม มันเป็นสิ่งที่ใครๆอยากได้ และตอนนี้มีคนยื่นมาให้แล้ว อยากน้อยครั้งนึงในชีวิตอยากทำให้สุดๆ.................ไม่ใช่เรื่องเล็กเมื่อมีคอนเป็นของตัวเอง และยังเป็นที่โตเกียวโดม ...ทันทีที่เริ่มขายบัตร เพียงแป๊บเดียวก็หมดเกลี้ยง คอนเพียงแค่สามรอบของบากะ....
......................อยากอยู่ตรงนี้ตลอดไป..........รอยยิ้มเสียงหัวเราะ.....เสียร้องไห้...การหยอกเย้าซึ่งกันและกัน...มองลึกเข้าไปในดวงตาแต่ละคู่...มองเห็นซึ่งความตั้งใจ แม้จะผ่านไปกี่เดือนกี่ปี ความประทับใจอันนี้ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง...........อย่าร้องไห้ ยิ้ม และเชิดหน้าอย่างแข็งแกร่ง................................
ดีใจที่ได้เป็นบากะ...................น้ำเสียงสั่นเคลือ
ดีใจที่ทุกคนรักบากะ..........เสียงสะอื้นปะปนออกมากับเสียงพูดผ่านเข้าสู่โสตประสาท...ใบหน้าเปื้อนน้ำตาที่ตราตรึงติดอยู่ในหัวใจ.................
ถ้าจะเข้ากันได้ขนาดนี้...ก็ไม่ควรกังวลใจตั้งแต่แรก...เพราะรักกันมากจึงทำให้คนอื่นรักได้ไม่ยาก...และนับวันก็ยิ่งรัก........รักขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีวันจืดจาง.................
........................................................................................................................
                โคจินายตัดผมเหรอ เจสทำท่าตกใจ เมื่อโคจิโผล่เข้าสตูดิโอมา ..วันนี้มีถ่ายแม็คที่เดียวกัน เลยมีโอกาสเจอกันหลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานทีเดียว เพราะเขาต้องถ่ายละคร ตอนนี้คนที่เจอบ่อยและอยู่ด้วยกันตลอดคือโฮคุ กับหมอนั่นดูเหมือนจะเข้ากันได้ดี ตั้งแต่ถ่ายบากะด้วยกันแต่กลับไม่ใช่ หนุ่มเนื้อหอมเข้าใจยากที่เจสเข้าไปไม่ถึงซะที ผิดกับโคจิแค่เวลาสั้นๆก็เข้ากันได้อย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ย... หลังจากที่คุยกันที่ร้านแม็คก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง หมอนี่ยังเป็นหมอนี่อยู่ดี หรือลืมไปแล้วก็ไม่รู้ว่าเขาเคยบอกอะไรเอาไว้ เศร้าชะมัด...............
                โอ๊ซ สต๊าฟซังตัดให้ โล่งเลย พูดจบก็สะบัดหัวเบาๆ หล่อเป็นบ้า หน้าใสสุดๆอย่างกับเด็ก แอบใจเต้นตึกตักล่ะ อ้าวโน่นเดินไปโน่นเลย อิจฉาแฮะอยู่กันสี่คนเฮฮาปาร์ตี้ชะมัด จูรินั่งเมาส์กับไทกะไม่หยุดชินก็นั่งหัวเราะอยู่ข้างๆ ส่วนหมอนั่น ยูโกะ โคจิ ไม่ต้องพูดถึงมีความสุขสุดๆ แล้วตัวเองล่ะ หันไปมองคนที่จะถ่ายด้วยก็รู้สึกเครียดนิดๆแฮะ โฮคุนั่งหน้านิ่งอยู่ใกล้ๆ เอาล่ะ ยังไม่ถ่ายนิ่ ...สาวเท้าเข้าไปหาสี่หนุ่ม...
                เป็นไรพ่อหนุ่มน้อย คิ้วจะผูกกันได้อยู่แล้วนะ ไทกะเอามือจิ้มหว่างคิ้วเจส
                เปล่าซะหน่อย เจสรีบแก้ตัว
                อย่าเครียดๆๆ โคจิยิ้ม เข้าใจสถานการณ์อยู่ ตั้งแต่สองคนนี้โดนแยกออกไปจากกลุ่ม เจส..เด็กบ้าบ๊องก็เงียบขรึมลงกว่าเดิม ส่วนโฮคุไม่ต้องพูดถึงเปลี่ยนไปจากเดิมแยะ เลยทำให้เจ้านี่เครียดเป็นธรรมดา แต่ไม่ใช่เรื่องน่าห่วงเพราะเจสเป็นคนปรับตัวเก่ง ไม่เหมือนไทกะ ตอนไทกะถูกแยกไปเอนบุโจ..ทั้งเครียดทั้งเหนื่อย เพราะไทกะปรับตัวค่อนข้างยาก เวลาเจอกันเลยออกเหวี่ยงๆ ตลอดเวลา
                พยายามเข้าล่ะ โคจิเอื้อมมือมาตบไหล่เบาๆ
                อื้อๆ พวกนายก็เหมือนกันนะ เจสยิ้มกว้าง มองเห็นโคจิยิ้มแล้วแทบละลาย  T___________T น่ารักเป็นบ้าเป็นหลัง ถวายชีวิตล่ะวันนี้.......
                จบซะที ไทกะถอนหายใจ นั่งพิงพนังพักเหนื่อย
                หมดแรงเลยเหรอ เจสเดินเข้ามาหา...
                ก็แหงล่ะ ช่วงนี้มีงานทุกวัน ไทกะยกน้ำขึ้นจิบ..จากนั้นก็นั่งเงียบกันทั้งคู่
                อะไรกัน พ่อหนุ่มหล่อสองคน หมดสภาพเลยเหรอ โคจิเดินเข้ามสมทบ ได้ที่ไทกะเงียบนี่ไม่แปลก แต่เจสเงียบนี่สิน่าขนลุก เพราะปกติเป็นพวกไม่หยุดปากเวลาเจอเพื่อน
                โคจิ เจสเรียกเสียงเศร้าๆ ทำตาละห้อย
                อะไรของนาย โคจิหัวเราะ
                กลับด้วยกันนะ เจสชวน
                เอาสิ แต่เอ เดี๋ยวดูพวกนั้นก่อนว่ามีแผนไปไหนกันต่อหรือเปล่า ไทจังไปเอนบุต่อใช่ไหม โคจิถามยิ้มๆ
                อึ่ม ไม่อยากคิดเลย ไทกะถอนหายใจ
                เอาน่าๆ งานคือเงินเพื่อน พยายามเข้าล่ะ เอแต่ชั้นว่านายหนาขึ้นนะ โคจิเอียงคอมองซ้ายมองขวา
                ก็แหงล่ะ ทั้งเต้นทั้งวิ่ง ทั้งตีกลอง โอ้ยแทบจะไม่มีแรงกลับบ้าน ไทกะบ่น
                แต่ก็สนุกใช่ม้า โคจิรู้ทัน
                อึ่ม มันท้าทายดี ยิ่งเจอพวกสโนแมน พวกนั้นสุดยอด แล้วมาเจอเจ้าชิเมะนั่นก็เก่ง ตอนนั้นยังเห็นอยู่กับชินจังอยู่เลย เจออีกทีโหย อึ้งไปเลย ตอนแรกๆไม่สนิทกันตอนแต่ตอนนี้กลับด้วยกันทุกวัน ไทกะเล่าให้ฟังอย่างสนุกสนาน
                ดีแล้วล่ะ ไทจังจะได้ไม่เหงา เจสหัวเราะ ไทกะยิ้มกว้าง รู้สึกว่าเจสเป็นเด็กน่ารัก ชิเมะก็น่ารักผิดแต่หมอนั่นชอบกวนประสาทหรือไม่ก็แกล้งเขาบ่อย แต่ก็รู้สึกว่าหมอนั่นเป็นคนที่ตามใจเขาได้ทุกอย่าง พอนึกถึงตรงนี้ก็อดหัวเราะไม่ได้
                ก็ได้ชิเมะนี่แหละ ไทกะยิ้ม
                วันนี้ไม่มีแผน เพราะทุกคนเหนื่อยกัน ชินเดินมาบอก
                โอ๊ซ  งั้นวันนี้ชั้นกลับกับเจส  ไทจัง เดี๋ยวพวกเราเดินไปส่งที่สถานีนะ โคจิหันมาบอกไทกะ
                แต๊งกิ่ว ไทกะร่าเริงทันที
                เดี๋ยวว่าจะแวะหาอะไรรองท้องหน่อยหิว โคจิหน้ายุ่ง
                ตอนนี้กำลังเนื้อหอมนี่นะ ไทกะดึงแก้มเจส
                นั่นสิแป๊บเดียวไปอยู่แถวหน้าซะแล้ว โคจิยิ้ม.. เจ้าตัวหน้าเศร้านิดนึง อยากอยู่กับทุกคนมากกว่า การก้าวออกไปทำให้เหงาจริงๆ
                ..............................เร็วจัง.......................................
                โคจิยังคงมองเพื่อนๆ ที่ก้าวเดินออกไปจากจุดสต๊าส.......ตัวเองยังคงเดินทอดน่อง...เสียใจ...เสียดาย
                ...ไม่หรอก ...ก้าวมาแค่นี้ก็ถือว่าโชคดีเป็นไหนๆ ....มีงานประปราย...มีเงินใช้....มีเวลาเรียน....
                ...อนาคตอยากเป็นคุณพ่อแสนเท่ห์...มากกว่ายืนอยุ่จุดสูงสุดของการเป็นไอดอล..ไม่ทะเยอทะยาน ทำให้โคจิค่อยๆก้าวต่อไปอย่างไม่รีบเร่ง
                คงพยายามน่าดู เจสเอ่ยท่ามกลางความเงียบ ...ส่งไทกะที่สถานนีรถไฟ ยืนมองจนสุดสายตา
                นายก็เหมือนกัน โคจิกอดไหล่
                เพราะนายบอกให้พยายาม ชั้นถึงพยายาม เจสยิ้ม
                อย่าพูดประโยคเลี่ยนๆ โคจิหัวเราะ
                มันไม่เหมาะกับชั้นและไม่เหมาะกับนาย ชั้นจำได้ เจสหัวเราะบ้าง
                เรามันประเภทไม่ต้องพูอะไรก็รู้กันอยู่แล้ว จริงมั้ย โคจิหันมาสบตา
                อึ่ม นายหล่อขึ้นนะ เจสบอกน้ำเสียงจริงจัง
                ชั้นก็อยากเท่ห์ขึ้นบ้าง ปล่อยให้นายเท่ห์คนเดียวได้งัย
                แค่นายชมชั้นคนเดียวก็พอแล้วล่ะ เจสยักไหล่ คำชมเป็นร้อยเป็นพันถ้าคนที่อยู่ตรงหน้าไม่เอ่ยปากก็ไม่มีความหมายอะไร...ตอนนี้เขาพยายามอย่างเต็มที่แพราะอยากเห็นสีหน้าดีใจของคนตรงหน้า ไม่ว่าจะเจอหรือไม่เจอกัน ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ๆ มั่นใจได้เสมอว่าคนๆนี้คือคนที่เข้าใจเขาได้ดีที่สุดและมากที่สุด.................................

                วันนี้วันเกิดโคจิ..ดูเหมือนทุกคนจะลืมกันไปหมดแล้ว ไม่เป็นไรหรอกโคจิก็ไม่ใช่คนที่จะไปยึดติดอะไรมากหมาย แต่ในใจลึกๆก็ยังหวังว่าจะมีใครสักคนที่จำได้..ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งเลิกซ้อม ไม่มีคำอวยพรหรือข้อความจากเพื่อนคนไหนสักคนทั้งเพื่อนกลุ่มเดิมและพวกบากะเอง แต่ผู้ชายเขาคงไม่ละเอียดอ่อนขนาดนั้นมั้ง เต็มที่พรุ่งนี้ทุกคนก็จะเดินมาหาแล้วบอกว่าโทษทีชั้นลืมวันเกิดนาย ก็ผู้ชายนี่เนอะ.. กระชับผ้าพันคอ ทั้งๆที่ปลายหนาวแล้วยังรู้สึกยะเยือกอยู่ดี ..สองทุ่มแล้ว เมื่อเช้าที่บ้านบอกว่าจะทำอาหารฉลองวันเกิดให้ รีบกลับไปหม่ำกับข้าวอร่อยๆฝีมือแม่ดีกว่า...
                โคจิ รอก่อน ไทกะวิ่งเข้ามาหา เอจำได้ว่าวันนี้ไปซ้อมบุไดกับคุณพ่อนี่นา โคจิหยุดรอ เขาวิ่งเข้ามาหา ก่อนจะยืนหอบแฮ่กๆ
                ว่างัยไทจัง วันนี้ซ้อมไม่ใช่เหรอ โคจิถามยิ้มๆ
                วันนี้วันเกิดนายนี่ ชั้นเลยแวะเอาของขวัญมาให้ ไทกะยื่นถุงกระดาษใบเล็กๆ ให้ แทนที่โคจิจะรับถุงกลับโผเข้ากอดไทกะแทน
                ไทจัง นายเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ ไม่มีใครจำวันเกิดชั้นได้สักคน โคจิน้ำตาคลอ
                บ้าหรือเปล่านายน่ะ เค้าจำได้ทุกคนนั่นแหละ เมื่อวานก็ไปซื้อด้วยกันนี่แหละ แต่ของอยู่ที่ชั้น แล้วชั้นก็ติดงาน ไทกะจังอธิบาย
                ไม่เห็นเจ้าพวกนั้นจะพูดอะไรเลย โคจิถอนหายใจ
                คงเพราะไม่มีอะไรให้นายมั้ง ความผิดอยู่ที่ชั่นนี่เหละ  ไทกะยิ้ม  แต่ว่าชั้นคงอยู่กับนายไม่ได้นะ เพราะพรุ่งนี้มีซ้อม ไทกะบอก
                อึ่มไม่เป็นไร แค่นี้ก็พอแล้วล่ะ ขอบคุณนะ กลับดีๆล่ะ โคจิยิ้ม เหลือบมองของในถุงไม่กล้าแกะตอนนี้ เก็บมันใส่กระเป๋าสะพาย ไว้ค่อยไม่แกะที่บ้าน ดีจังนะได้ของขวัญในวันเกิดตัวเอง อาการงี่เง่าของโคจิมันหายวับไปกับตา นี่ละมังของดีของโคจิ...
                โอ๊ะ ตกใจหมดไอ้เด็กยักษ์ โคจิสะดุ้งเมื่อเดินลงบันไทสถานีรถไฟก็เจอเจสพอดี  เขาจ้องหน้าโคจินิดนึง จำได้ว่าหมอนี่ไปถ่ายนิตยสารก็โฮคุโตะแล้วไปอัดอาโนะต่อ แล้วทำไมมานี่ได้
                เลิกเรียกว่าเด็กยักษ์ซะทีได้ไหน ไม่ชอบเลย เจสทำเสียงดุ
                ก็ชั้นเรียกจนเคยตัว โคจิอธิบาย
                ... เขามองหน้าโคจิ พิจารณาตั้งตัวหัวจดเท้าตะกี้หมอนี่โผเข้าไปกอดไทกะ...
                นายซ่อนอะไรเอาไว้ ไหนดูซิ โคจิชะโงกไปมองข้างหลัง เขาหันเอาตัวบังโคจิเอาไว้
                ไม่มีอะไรสักหน่อย เขาปฏิเสธ
                อย่าหวงโกหกน่า เอาเฮ้ย..” ….“ตุ๊บ ร่วงบันไดทั้งคู่เป็นผลให้โคจิทับลงบนตัวเจ้าเด็กยักษ์ทั้งตัว
                เป็นไรมั้ยๆ โคจิตกใจรีบลุกขึ้น สำรวจรอบๆ ดูเหมือนจะไม่เป็นไรทั้งคุ่ โคจิถอนหายใจโล่งอก
มือนายไปโดนอะไรมา โคจิยกมือเจสขึ้นดู ที่นิ้วมือมีพลาสเตอร์ติดอยุ่หลายนิ้ว
            ก็.. เฮ้ยเละ เหมือนเจสจะนึกอะไรได้ ลุกพรวดขึ้น หยิบกล่องพลาสติกออกมาจากถุง แล้วค่อยๆเปิดออกดู พร้อมกับหันมามองหน้าโคจิ
                มันเละหมดแล้ว ข้าวห่อไข่ออกไหม้นิดๆ ที่เละตุ้มเป๊ะอยู่ในกล่อง
                นายทำมาให้ชั้นเหรอ โคจิชี้มาที่ตัวเอง เจสพยักหน้าแทนคำตอบ
                จริงเหรอ ไม่เป็นๆ มีช้อนมั้ย ชั้นกำลังหิว โคจิเอื้อมมือไปรับกล่องข้าว เจสพยักหน้า ยิ้มกว้าง พรางล้วงหยิบช้อนส่งให้ โคจิรับช้อน ลุกขึ้นเดินจูงมือเจ้าเด็กยักษ์ไปหาที่นั่ง  ข้าวห่อไช่ไหม้รสชาติออกเค็มนิดหน่อย พอคิดถึงตอนที่หมอนี่ทำแล้วอดขำไม่ได้ โคจิกินมันจนเกลี้ยงแล้วส่งกล่องคืนให้  คนทำท่าทางจะดีใจมากๆ หมอนี่ชอบทำอะไรน่ารักๆอยู่เสมอๆ บางทีก็น่ารักจนคาดไม่ถึง
                อร่อยมาก ขอบใจนะ
                นายชอบชั้นก็ดีใจแล้วล่ะ เจสเก็บกล่องเปล่าใส่ถุงตามเดิม ผมพยักหน้ายิ้มๆ

เจส....
                ท่าทางนายจะเป็นเจ้าสาวที่ดีนะ เขาแหย่
                ไม่ล่ะ ผู้ชายต้องเป็นเจ้าบ่าวสิ เจสย้อน
                อึ่ม  งั้นผู้หญิงคนนั้นคงโชคดีมากๆ ที่ได้เจ้าบ่าวทำอาหารเป็น โคจิหัวเราะ
                แต่ถ้าเป็นนาย ชั้นยอมเป็นเจ้าสาวก็ได้ เจสโพร่งออกไป เป็นผลทำให้เขานิ่ง บ้าชะมัดพูดอะไรไม่คิดอีกแล้ว ทำงัยละทีนี้ จะโดนเกลียดมั้ยเนี่ย T^T
            งั้นขอรับไว้นะ โอ๊ะได้กลิ่นใข่ นายคงชิมมาล่ะสิ ไม่พูดเปล่าแถมยังยื่นหน้ามาจุ๊บอีก อะไรกันเนี่ย เจสตะลึง นึกไม่ถึงม่าหมอนี่มันขโมยจูบแรกของเจส T^T ที่ร้องไห้เนี่ยดีใจหรอกนะ
                อ้าวนิ่งไปเลย ต้องอีกทีมั้ย เข้าโบกมือไปมาตรงหน้าผม
                ไม่ต้องเลย บ้าชะมัด เจสก้มหน้าหงุด
                กลับกันนะ เขาจุ๊บหน้าผากเจสอีกที รู้มั้ยตอนนี้หัวใจเจสมันจะหลุดออกมานอกอกอยู่แล้ว อยากร้องตะโกนดังๆแต่กลัวคนอื่นจะตกใจ โอ้ยดีใจ ดีใจจริงๆ >////<  คนบ้าอะไร...ทำหัวใจเจสอ่อนปวกเปียกเลย
            นายชอบทำอะไรที่ชั้นคาดไม่ถึงอยู่เรื่อยเลย เจสบอกเสียงสั่น
                ก็ตื่นเต้นดีใช่ม้า โคจิยิ้มทะเล้น
                นายทำเฉยๆอยู่ตลอด ชั้นก็เลยคิดว่าถ้าเป็นอย่างนั้นก็แค่ได้อยู่ด้วยกันก็มีความสุขแล้ว เจสสารภาพ
                เด็กหนอเด็ก นายน่ะต่างจากคนอื่นนะ จะว่างัยล่ะ เป็นคนที่ชั้นอยากอยู่ด้วยตลอดเวลานั่นแหละ โคจิบอกตรงๆ
                โคจิ เจสทำเสียงสูง
                นายให้ของขวัญวันเกิดชั้น ชั้นก็ให้นายตอบแทน คบกันนะ มาพยายามด้วยกัน โคจิยิ้ม
                ไอบ้าโคจิ เจสโผเข้าไปกอด ได้ยินเสียงเครือๆ สงสัยจะดีใจจนน้ำตาร่วงแน่ๆ ...
                ................................................
                เฮ้ยๆ น่าถ่ายคลิปหว่ะ จูริหัวเราะคิกๆ
                นี่เพราะไทจังเลยนะ ที่โทรไปเรียก ชินยิ้มกว้าง
                ก็ชั้นเห็นหมอนั่นหันรีหันขวางอยู่ก็เดาออกเลยว่ามาหาโคจิ ไทกะหัวเราะ
                นี่เมื่อไหร่ชั้นจะแฮปปี้บ้าง โฮคุบอเสียงเศร้า
            เหย อย่างนายอยู่คนเดียวไปเหอะ ไทกะบอกเสียงสูง
                แฮปปี้ มีความสุขสุดๆ กลับกันเหอะชิน จูริจุงมือชิน
                แหมทิ้งกันเลยนะ เซ็งหว่ะ... แต่ไทกะนายกลับเลยใช่ปะ โฮคุหันมายิ้มหวาน
                อึ่ม แต่ชิเมะรออยู่....ไปล่ะเดี๋ยวหมอนั่นจะโมโหเอา ไทกะลุกขึ้น หันไปโบกมือให้ชินกับจูริแล้วเดินจากไป จูริกับชินหันมาโบกมือให้โฮคุแล้วเดินจากไปบ้าง ...ปล่อยเจ้าชายโฮคุให้รอเจ้าหญิงอยู่คนเดียว...เหงาน้า....T___T

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น