หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Dream




ตะวันลับฟ้าไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้จำได้ว่าตอนเริ่มถ่ายรูปประอาทิตย์ยังตั้งตรงอยู่ตรงหัวอยู่เลย ความงามของปราสาททำให้ช่างภาพมือสมัครเล่นอย่างเจสซี่หลงใหลจนลืมเวลา ลืมแม้กระทั่งมื้อเที่ยง..นาฬิกาธรรมชาติส่งเสียงเตือน..ได้เวลามื้อเย็นแล้วสินะ...เก็บกล้องคู่ชีพเอาไว้ในกระเป๋าอย่างระมัดระวัง ล้วงหยิบขนมปังที่ซื้อติดกระเป๋ามาแต่เช้าขึ้นมารองท้อง ชาเขียวขวดเขื่องที่พร่องลงไปนิดหน่อย..ลมเย็นๆพัดผ่านมาเป็นระยะๆ ..รสชาติเข้มข้นของขนมปังทำให้ชายหนุ่มต้องจิบชาเป็นระยะๆ..ยังไม่ชินกับรสชาติอาหารที่นี่เสียที..
                พอตะวันลับฟ้าไปไม่นาน แสดงจันทร์ก็สาดส่องไปทั่ว เข้าสู่หน้าร้อนแล้วสินะ แสงสปอร์ตไลท์ตัวปราสาท ทำให้ดูลึกลับน่าเกรงขามยิ่งนัก..ขนมปังคำสุดท้ายถูกยัดเข้าปาก...กลิ่นเครื่องเทศหอมๆลอยมาตามลม ชายหนุ่มยกน้ำขึ้นดึ่ม แล้วเก็บมันใส่เป้ตามเดิม ..กลิ่นหอมๆยังคงลอยมาตามกระแสลม  ชายหนุ่มเอียงคอใช้ความคิด จากนั้นก็ลุกตามกลิ่นไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น....
                เดินลัดเลี้ยวไปตามทางเส้นเล็ก จนกระทั่งไปถึงยังศาลาเล็กๆที่อยู่ริมน้ำ กลิ่นหอมชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และสิ่งที่ปรากฏหอยู่ตรงหน้าทำให้ชายหนุ่มก้าวขาไม่ออก.... ..
                .....หญิงสาวในชุดกิโมโนลายดอกไม้...กำลังนั่งร้องเพลงอยู่ท่ามกลางแสงไฟ แสงจันทร์ที่ส่องสว่างทำให้มองเห็นต้นไม้รอบๆเป็นเงาทะมึน เจสซี่กลืนน้ำลายดังเอื๊อก
                เจ้าของเสียงหันมามอง เมื่อรู้ตัวว่ามีผู้มาเยือน เธอหยุดร้องเพลงลุกขึ้นทำท่าจะเดินจากไป
                ขอโทษครับคือผมไม่ได้ตั้งใจ เจสซี่โค้งตัวน้อยๆ ถึงจะดูเหมือนฝรั่งแต่ก็พูดภาษาญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจนผิวขาวเนียนตัดกับชุดสีแดงกิโมโนสีแดงดูเข้ากันมาก เจสซี่ไม่เคยเจอใครคนไหนที่ใส่กิโมโนได้สวยขนาดนี้
                อ้าวพูดญี่ปุ่นได้หรอกหรือ ฝ่ายนั้นอุทานเบาๆ เจสซี่หัวเราะ เมื่อเสียงที่ตอบมาทำให้เขาอึ้งไปชั่วครู่
                ครับ เอ่อ เจสซี่เกาหัวแกรกๆ
                คิดว่าชั้นเป็นผู้หญิง เขาหัวเราะขำๆ ไม่ใช่คนแรกหรอก เขาบอกแค่นั้นก่อนจะเดินจากไป..ปล่อยให้เจสซี่มึนงงกับกลิ่นเครื่องเทศหอมๆนั่น
                รู้สึกผิดหวังนิดหน่อย นึกว่าจะพบรักกับสาวชาวญี่ปุ่นเหมือนพ่อซะแล้ว นี่อุตส่าห์ดั้นด้นข้ามฟ้าข้ามทะเลมาที่นี่เพราะหลงใหลศิลปวัฒนธรรม แถมแม่ยังพูดให้ฟังอยู่เสมอว่าที่นี่สวยขนาดไหน และแม่ยัดเยียดภาษาให้ใช้ภาษาญี่ปุ่นในบ้านตั้งแต่เด็ก ตอนนี้เลยพูดได้คล่องปรื๋อ
                ลืมถามชื่อแฮะ อย่างน้อยก็เป็นเพื่อนกันได้นี่นา แต่ว่าผู้ชายอะไรสวยชะมัด  เจสซี่พรึมพรำกับตัวเอง
                ดึกมากแล้ว เจสซี่ยังนอนไม่หลับภาพของชายหนุ่มคนนั้นกับเสียงที่ก้องกังวลมันติดตรึงอยู่ในหัวสมอง พอหลับตาก็เห็นภาพพวกนั่นอย่างชัดเจน..มันเวียนวนอยู่อย่างนั้น....จนกระทั่งผล๋อยหลับไป....
                .................................................................................................................................................
                ตื่นแต่เช้า..นั่งรถไฟตรงไปยังปราสาท..หวังค้นหาคำตอบให้กับตัวเอง...เดินสำรวจจนทั่ว..จนเหนื่อยก็ยังไม่เจอแม้เงาคนที่เจอเมื่อคืน ทิ้งตัวลงนั่งตรงศาลาอย่างหมดแรง เรื่องบังเอิญสินะ เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ แค่หนึ่งในร้อยเท่านั้น...ลมเย็นๆที่พัดผ่านมาเป็นระยะๆ ทำให้ชายหนุ่มเคลิ้มหลับไป......
                กลิ่นเครื่องเทศหอมๆลอยมาตามลม...เขาตกใจตื่นตอนตะวันลับฝ้าไปนานแล้ว แสงจันทร์สองสว่างกว่าเมื่อคืนวานทำให้เขาเห็นร่างเจ้าของกลิ่นอย่างชัดเจน..
                คุณ เจสซี่ตกใจลุกพรวดขึ้น...วันนี้ดูเขาแตกต่างไปจากเดิม ถ้าจำไม่ผิดชุดแบบนี้เขาเรียกว่าฮากะมะ ดูเหมาะจริงๆ
                อ้าว เขาตกใจไม่แพ้กัน คงเพราะเงาต้นไม้ทำให้มองไม่เห็นเจสซี่ที่นอนอยู่ตรงศาลา
                ผมมารอคุณตั้งแต่เช้า เจสซี่สารภาพ
                เอ๋!! มีธุระอะไรกับชั้นเหรอ เขาทำหน้าสงสัย เอียงคอมองเจสซี่
                เอ่อ เอ่อ คือผมอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับปราสาทนี่ แถวนี้ก็ไม่มีใครอธิบายให้ผมฟังได้สักคน เจสซี่พยายามหาเหตุผลสุดชีวิต
                อ้อ ดูเหมือนเขาจะเชื่อเสียด้วยสิ
                ผมไม่ได้คิดร้ายนะครับ นี่ดูพาสปอร์ตผมได้ ผมชื่อเจสซี่ฮะ ล้วงหยิบหนังสือเดินทางจากกระเป๋าส่งให้เขาดู เขารับหนังสือเดินทางมาเปิดดูงงๆ
                เอ๋ สิบเจ็ด ตัวโตไปหรือเปล่าเนี่ย เขาอุทาน สีหน้าดูแปลกใจสุดๆ
                อ้า ก็ธรรมดานี่ฮะเจสซี่หัวเราะเก้อๆ
            ชั้นชื่อไทกะ เคียวโมโตะ ไทกะ อายุมากกว่านายสองปี เขายื่นหนังสือเดินทางคืนให้
                เอ๋ ไม่น่าเชื่อ ผมเรียกว่าไทกะได้ไหมฮะ เจสซี่อุทาน ไอ้คำว่าไม่น่าเชื่อเนี่ยมันอะไรกันไทกะทำหน้าสงสัย..แต่ไม่ได้ถามอะไร
                ชั้นก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญอะไร ก็พอรู้อยู่บ้าง คงให้รายละเอียดกับนายไม่ได้ ถ้านายอยากรู้จริงๆ ไปถามเจ้าหน้าที่ไม่ดีกว่าเหรอ ไทกะอธิบาย เพราะตัวเองก็ไม่ใช่ผู้เชียวชาญเสียด้วย
                เอ่อ คือ .. เจสซี่ไม่รู้จะอธิบายยังงัยได้แต่ชี้ไปที่ชุดที่ไทกะใส่
                อันนี้น่ะเหรอ ชั้นแสดงละครเวที ข้างในโรงละครมันร้อนมาก ชั้นเลยออกมารับลม จะว่าไปนายลองไปดูละครมั้ยล่ะ เผื่อจะได้ความรู้เพิ่มขึ้น ไทกะแนะนำ
                จริงเหรอฮะ ที่ไหน เจสซี่ทำท่าตื่นเต้น
                เดี๋ยวนะ พูดจบก็ล้วงกระเป๋าควานหาอะไรสักอย่าง  ครู่นึงก็ส่งใบปลิวให้
                ที่นี่แหละ
                ขอบคุณฮะ เอื้อมมือมารับ ยิ้มจนตาหยี ไทกะหัวเราะ ก่อนจะขอตัวกลับไปที่โรงละคร..เจสซี่พับใบปลิวใส่ไว้ในเป้ พรุ่งนี้ต้องไปดูให้ได้ เคียวโมโตะ ไทกะ ...เจสซี่กระซิบบอกตัวเอง ก่อนจะเดินทอดน่องไปตามเส้นทางสายเล็ก เพื่อออกสู่ถนนใหญ่...ละครเวทีเหรอ ไม่เคยคิดว่าจะดู แต่ทำไมตอนนี้ถึงอยากดูใจจะขาดกันนะ....
                +
                +
                ไม่ได้หรอกครับ ปกติแล้วเราไม่ให้คนนอกเข้าไปข้างใน หากคุณเป็นเพื่อนจริง ต้องรอตอนเลิก หรือไม่ก็โทรติดต่อ เจ้าหน้าที่ด้านหน้าบอกเอาไว้อย่างนั้น จะติดต่อได้ยังงัยล่ะ เพิ่งคุยกันแค่สองครั้ง รู้จักแต่ชื่อ เบอร์โทรอะไรก็ไม่มี ที่สำคัญเป็นเพื่อนกันหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย ..เดินออกมาอย่างผิดหวัง ต้องซื้อตั๋วเข้าไปดูสินะ เห็นบรรดาแฟนๆที่มายืนรอแล้ว ที่นี่ไม่มีเคาร์เตอร์ขายตั๋ว แล้วเขาไปซื้อตั๋วกันที่ไหนล่ะ ...เดินไปถามคนที่มีตั๋วอยุ่แล้ว เขาบอกว่ามีใบจองส่งมาให้ ถ้าหากต้องการซื้อตอนนี้เขาปิดไปแล้ว ต้องไปซื้อที่ร้านขายตั๋วโดยเฉพาะ ให้เอาใบปลิวไปบอกคนขายเดี๋ยวก็ได้ตั๋วเอง แต่ราคาอาจจะสูงหน่อย..วันนี้เขาเลยเดินทางกลับด้วยความผิดหวัง อย่างน้อยก็ควรหาซื้อตั๋วให้ได้ก่อน แล้วค่อยกลับมาใหม่......
                +
                +
                บนเวที...ชายหนุ่มในชุดฮากะมะ..แม้จะอยู่ท่ามกลางผู้คนหลายชีวิต แต่ก็ยังดูโดดเด่นกว่าใครทั้งหมด ใบหน้าเรียบเฉยในชุดโบราณสะกิดใจคนดูให้นั่งนิ่ง อีกทั้งเสียงร้องกังวานใสนั่นทำให้คนฟังขนลุกซู่ อ่อนหวาน งดงานมและแข็งแกร่ง เคียวโมโตะ ไทกะ ทั้งชื่อทั้งหน้าตายังตรึงอยู่ในห้วงคำนึง.....
                วันนี้เป็นวันสุดท้าย สำหรบการแสดง ขอบคุณทุกท่านที่...............................เสียงนักแสดงนำพูดผ่านไมโครโฟน ทำให้เจสซี่นั่งนิ่ง..บทสุดท้ายจบลง นักแสดงแต่ละคนถูกแนะนำชื่อให้รู้จัก ไม่มีชุดฮากะมะหรือชุดโบราณใดๆ มีเพียงนักแสดงที่ใส่ชุดสูทลำลองสีแดงสดใส แต่มันกลับทำให้เคียวโมโตะ ไทกะดูงดงามยิ่งกว่าใครๆ เมื่อเพลงจบและม่านถูกปิดแล้ว ผู้คนทยอยออกจากโรงละคร แต่ละคนตาแดงก่ำฆ หลายคนยังไม่หยุดสะอื้น ทั้งเนื้อเรื่องที่เรียกน้ำตา และการล่ำลาครั้งสุดท้าย ....
                เจสซี่หยุดยืนที่บอร์ดแนะนำตัวนักแสดงด้านหน้า ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นหลายนาที ยังคงเป็นนักแสดงฝึกหัดไม่น่าเชื่อจะมีฝีไม้ลายมือเก่งกาจได้ขนาดนี้
                ไฟด้านหน้าถูกปิดลง เสียงเตือนให้ออกจากโรงละคร อีกสิบห้านาทีจะปิดประตูใหญ่ด้านหน้าแล้ว เขามองนาฬิกาที่มือถือ หยิบมันขึ้นมาถ่ายรุปเป็นครั้งสุดท้าย....
                ไทจังยังตาแดงๆอยู่เลยนะเนี่ย เสียงดังออกมาจากประตูด้านข้าง พอหันไปก็เจอกับไทกะ เขาเดินออกมากับเพื่อนอีกสองสามคน แต่ละคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน
                ก็ก็ เสียงยังคงสั่นเคลือ
                โอ๋ๆ เงียบได้แล้ว  หนุ่มคนนึงเข้าไปกอดคอ
                ดีจังที่นายมาวันนี้ ไทกะยกปาดเช็ดน้ำตา
                ก็สัญญาเอาไว้แล้วนี่
                แล้วเวทีโน้นเป็นงัยมั่ง ไทกะย้อนถาม
                ก็สนุกดี พูดจนเมื่อย คนพูดเกาหัวแกรกๆ
                พยายามได้ดีมากเลยไทจัง คลอนหัวเบาๆ แล้วทุกคนก็เดินผ่านหน้าเขาไป
                เสียงปิดประตูไล่เข้ามา เจสซี่ถอนหายใจเบาๆ ไม่เข้าใจว่าตัวเองทำไมถึงได้ไปติดใจเคียวโมโตะ ไทกะนักหนา ...ก้าวออกมาข้างนอก ความมึดปกคลุมไปทั่วบริเวณ..กลับถึงที่พักด้วยความรู้สึกมึนงง
                ที่ศาลาริมน้ำไม่มีร่างไทกะอีกแล้ว จะพบเจอได้ก็เพียงในทีวี..เหมือนอยู่คนละโลก ความรู้สึกที่บีบหัวใจอยู่นี่มันคือะไร ไม่มีวันที่จะได้เจอกันอีกแล้วใช่ไหม..ชั้นไม่ยอมให้นายหายไปจากชีวิตแบบนี้หรอก............
                +
                +
                เฮ้ยเจส อะไรวะ อยุ่ๆนั่งหลับเฉยเลย โคจิสะกิด ทันทีที่ละครกำลังจะเริ่ม พอเข้ามานั่งรอแป๊บเดียวก็เผลอหลับไปซะงั้น เจสสะดุ้งหันไปมองรอบๆตัวเขายังคงอยุ่ในโรงละคร วันนี้วันสุดท้ายที่ไทกะแสดง โคจิเลยลากตัวมาดู เขานั่งทบทวน มันคือความฝันเหรอ แล้วได้ที่มันจุกอยู่ในอกที่คืออะไร กลิ่นหอมๆนั่น.....
                +
                +
                บทสุดท้ายทำให้คนดูน้ำตาร่วงผล๋อย ไม่เว้นแม้แต่สองหนุ่ม..ทั้งคู่เดินออกมากตาแดงก่ำ หันมามองหน้ากัน ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาก สองหนุ่มเดินไปที่ห้องแต่งตัวด้านใน ไทกะกับชิเมะนั่งหมดแรงอยู่
                เจ๋งมากเลยไทจัง โคจิยกนิ้วโป้งให้ ไทกะเกาแก้มเขินๆ
                นายก็เจ๋งนะ โคจิหันไปตบไหล่ชิเมะเบาๆ เขาเอ่ยขอบคุณยิ้มๆ
                เจส นายจะยืนขวางประตูอีกนานมั้ย ไทกะตะโกนถาม เพราะเจสยืนบังประตูจนโนเอรุเดินเข้ามาไม่ได้
                อะโทษๆ เจศซี่เดินเข้ามาข้างใน
                หมอนี่เอาแต่ชมนายตลอดเลยนะไทจง ร้องสุโค้ยๆตลอด
                เงียบเลยโคจิ เจสซี่เขิน ลนลานจนทุกคนพากันหัวเราะ
               
                พอถึงสถานีรถไฟโคจิก็แยกไปขึ้นรถไฟอีกสายนึงเหลือแค่ไทกะกับเจสสองคน เล่าเรื่องความฝันของตัวเองให้ฟัง...พอไทกะได้ฟังก็ยิ้มขำๆ ...เจสเลยล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า โชว์รูปที่ตัวเองถ่ายให้ดู ไทกะในชูดที่ไม่มีในละคร ไม่ใช่สถานที่ๆแสดงตอนนี้ แต่นั่นคือไทกะจริงๆ
                นายอำใช่ไหม ไทกะถามเสียงเครียด
                เปล่านะไทจัง ชั้นก็งงเหมือนกัน แต่ตอนที่ดูมันก็มีเหมือนในฝันจริงๆ เจสซี่ยืนยัน
                นายทำชั้นขนลุกนะ ไทกะยิ้มแหยะๆ
                มันไม่มีเหตุผล ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้ยังงัย แต่ตอนที่ชั้นเหมือนไม่ได้เจอไทจังมันเจ็บมากเลยล่ะ เจสซี่สารภาพ
                เอ่อ...ไทกะยืนนิ่ง
                ชั้นถึงได้ดีใจที่มันเป็นแค่ความฝัน เพราะตอนนี้ไทจังอยู่กับชั้นตรงนี้ จับต้องได้สัมผัสได้ เจสซี่เอื้อมมือมาบีบมือไทกะเบาๆ
                ชั้น...ไทกะไม่รู้จะพูดอะไรออกมาตอนนี้
                ไทจังไม่ต้องคำตอบตอนนี้ก็ได้ หรือไทจังจะเห็นชั้นเป็นแค่น้องชายก็ได้ แต่สำหรับชั้น ไม่อยากห่างจากไทจังอีกแล้ว แค่ความฝัน ชั้นยังเจ็บขนาดนี้ เจสซี่ระบายสิ่งที่อัดอั้นข้างในออกมา
                ไทกะพยักหน้า ตอนนี้ยังให้คำตอบอะไรไม่ได้แต่หากคิดในทางกลับกัน ถ้าหากตัวเองเจอเรื่องแบบนี้เข้าก็คงจะรู้สึกเหมือนเจสซี่เหมือนกัน แต่เรื่องแปลกแบบนี้มันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร..หรือโชคชะตามันกำลังเล่นตลกกับเขา..เจสซี่ยิ้มบางๆ ถึงจะไม่ได้บอกความรุ้สึกออกไปทั้งหมด แต่มันเป็นบทเริ่มต้นที่ดี..เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ เขาไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังงัย แล้วรูปเหล่านั้นมันมาอยู่ในมือถือเขาได้ยังงัย รู้แต่เพียงว่ามันเป็นการเริ่มต้นที่ทำให้เขารู้หัวใจตัวเองว่าควรทำยังงัยต่อไป


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น