หน้าเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Real

 ภาคต้น....
ผู้ชายคนนี้เป็นรุ่นพี่ที่ทำงานของเจส เป็นคนยิ้มง่าย เข้ากับคนได้ง่ายและค่อนข้างเป็นที่รักของทุกคน ตอนแรกที่เจสรู้จับกับผู้ชายคนนี้ เจสมีความรู้สึกว่า เป็นมนุษย์ที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรกับชาวบ้านเขาเลย ไม่เคยโกรธใครเรียกได้ว่าใจดีแบบสุดๆ จนเจสอดสงสัยไม่ได้ว่าดำเนินชีวิตอยุ่บนโลกใบนี้ได้ยังงัยกันและรุ้สึกขัดใจนิดหน่อย อยากจะแกล้งให้โกรธดูบ้าง ดูสิจะน่ากลัวขนาดไหน แต่แล้วเจสก็ล้มเลิกความตั้งใจ เมื่อได้รู้จักเขามากขึ้น ผู้ชายคนนี้อบอุ่นกว่าที่คิด คำพูดสีหน้า แววตา ดึงดูดคนรอบข้างให้เข้าหา แม้กระทั่งตัวเจสเอง...เจสเคยมองเขาอยู่ไกลๆ จนกระทั่ง
                นี่โคจิ เป็นคนที่จะมาดูแสดงคู่กับนายนะไม่สิต้องเรียกว่าคู่หูนาย จากนี้ไปทำความรู้จักกันไว้ซะนะ สต๊าฟซังเดินเข้ามาบอกเจสในเช้าวันหนึ่ง ตารางงานวันนี้เจสต้องทำงานร่วมกับเพื่อนอีกสี่คน ส่วนใหญ่ก็สนิทกันอยู่แล้ว หนึ่งในสี่เป็นคนที่เจสไม่เคยทำงานด้วยและผู้ชายคนนี้โคจิ ยูโกะครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จะได้ทำงานร่วมกัน
                ยินดีที่รู้จัก ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ ถึงชั้นอายุจะมากกว่า แต่ประสบการณ์คงสู้พวกนายไม่ได้ รอยยิ้มแรก ทำให้เจสนี่งไปชั่วขณะ เจสไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนยิ้มออกมาจากข้างในเหมือนผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าคนนี้เลย รอยยิ้มใสๆที่ไม่มีอะไรแฝง
                ฝากตัวด้วยเช่นกัน เจสยิ้มบางๆตอบ
                งานนี้พวกเธอสองคนต้องเป็นคู่หูกัน และต้องเข้ากันให้ได้ พยายามเข้านะ สต๊าฟคนเดิมบอกกึ่งๆบังคับ ไอ้คำว่าเข้ากันให้ได้นี่มันยากเอาการเหมือนกันอยู่นะ ถึงแม้จะอยู่บริษัทเดียวกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสนิทคุ้นเคยหรือรู้จักกันเป็นอย่างดี ก็มันมีพนักงานน้อยซะเมื่อไหร่ล่ะ อย่างต่ำก็เกินสองสามพันคนขึ้นไปแหละ
                ไม่รู้จะเริ่มยังงัยเนอะ เขาหัวเราะ เกาหัวแกร่กๆ
                นั่นสิ เจสก็เข้ากับคนไม่ค่อยเก่งซะด้วยสิ..แต่ก่อนที่จะแข็งเป็นหินกันทั้งคู่ จูริเพื่อนเจสก็เดินตรงเข้ามาหา เขาเข้าไปกอดคอโคจิอย่างสนิทสนม
                หมอนี่เพื่อนชั้นนะเจส  ส่วนเจ้านี่อยู่ด้วยกันตั้งแต่เด็ก จูริบอกเจส พร้อมๆกับบอกเขาด้วยเช่นกัน
                ไม่ยักรู้ว่านายเป็นเพื่อนกับเอ่อ โคจิซัง เจสไม่รู้จะเรียกยังงัย เพราะเขาเป็นรุ่นพี่
                ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ เรียกชั้นว่าโคจิก็พอ เขาหัวเราะ รีบโบกมือห้าม
                นายไม่ต้องเกรงใจหรอกเจส โคจิเป็นพวกเฮฮาปาร์ตี้เหมือนกับชั้นแหละ พออยุ่กับหมอนี่รับรองนายได้หัวเราะตลอด จูริบอกยิ้มๆ
                นายก็เกินไปหว่ะจูริ ชั้นไม่ใช่ดาราตลกนะเฟ้ย โคจิดึงแก้มจูริเบาๆ
                ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงแหละ งานนายมันประเภทนี้อยู่แล้วนิ จูริลูบแก้ม
                เออเนอะ.. โคจิเกาหัวแก้เก้อ ... เจสหัวเราะหึๆ ในลำคอ ดูเป็นคนเรียบๆง่ายๆเหมือนกันที่จูริบอกเอาไว้จริงๆ เจสถอนหายใจโล่งอก อย่างน้อยงานจะได้ราบรื่นขึ้น ไม่ต้องมานั่งเกรงใจกับเพื่อนร่วมงาน
                ท่าทางเฮฮากันจัง ไทกะเดินเข้ามาสมทบ วันนี้หมอนี่มีเรียนเลยมาถึงทั้งชุดนักเรียน..
                ก็นะ เจสเพิ่งคุยกับโคจิครั้งแรก ไม่เหมือนพวกเรา จูริบอก
                จริงด้วย เหมือนชั้นกับโฮคุเลย เพ่งได้ร่วมงานกันครั้งแรก ก็เลยเกร็งนิดหน่อย แต่ถ้าเป็นหมอนี่ นายเลิกเกร็งได้เลยเจส เพราะบ้าและรั่วพอๆกับจูริ ไทกะยิ้มกว้าง
                เฮ้ยๆ พวกนายอย่างน้อยก็ไว้หน้าชั้นบ้างดิ่ โคจิปราม
                ไม่ล่ะ เจสเนี่ยเหมือนน้องชายสุดที่รักของชั้น ไทกะหัวเราะ ดูแลดีๆนะ ไม่งั้นนายโดนแน่ โทกะขู่
                รับทราบคร๊าบบบบ โคจิลากเสียงทั้งหมดเลยหัวเราะขึ้นพร้อมๆกัน

..........................................................................................
                พอได้รับบทมาก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่าน อย่างน้อยถ้ามีอะไรจะได้ถามก่อนที่จะเริ่มงานจริง ตอนนี้เจส โคจิ จูริ ชิน ไทกะและโฮคุโตะต้องมาทำงานร่วมกันครั้งแรก นิสัยของแต่ละคนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ที่จะเข้ากันได้ดีก็โคจิกับจูริ สองคนนี้คล้ายๆกันแต่ไม่เหมือนกันซะทีเดียว โคจิดูจะสุขุมและเป็นผู้ใหญ่กว่าคงเป็นเพราะวัยวุฒิเพราะหมอนี่อายุมากที่สุด แต่ก็เข้ามาทำงานที่นี่หลังคนอื่นๆ บางอย่างก็เลยดูเหมือนต้องให้น้องๆแนะนำ..
                อย่างที่บอกว่าเจสกับจูริอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ประเภทไม่ต้องเอ่ยปากก็รู้ว่าคิดหรือทำอะไรอยู่ พอมีชินเข้ามาร่วมงานด้วยเจสก็เลยห่างๆไป เพราะชินเป็นน้องชายของเพื่อนจูริแถมบ้านยังอยุ่ระแวกเดียวกันก็เลยสนิทกันตั้งแต่เด็กเช่นกัน ชินเลยติดจูริเป็นตังเม..
                เหงาเหรอ โคจิเดินมาคุยกับเจส ขณะที่เจสกำลังมองสองคนนั้น
                เปล่า แค่คิดว่าน่ารักดี เจสบอกยิ้มๆ
                ชินน่ารัก ตอนสมัยริวอยู่ชั้นเจอเค้าบ่อยๆ
                เอ๋ นายรู้จัก.... เจสแปลกใจ
                อึ่ม ค่อนข้างสนิทล่ะ 5555  โคจิยิ้ม ..พอเจสเห็นหมอนี่ยิ้มทีไรรู้สึกผ่อนคลายทุกที มันเป็นยิ้มที่ไม่ค่อยเห็นได้บ่อยนัก ถ้าจะให้เดาเจสว่าเป็นคนที่ถูกเลี้ยงดูด้วยความรักแน่ๆ เป็นประเภทที่มีความสุขจากข้างในจริงๆ
                ไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยตอนนี้นายก็มีชั้นล่ะน่า โคจิบอกยิ้มๆ
                นั่นสิ...ตอนนี้เราเป็นคู่หูกันนิ่ เจสหัวเราะบ้าง.....
            อย่าให้แพ้พวกนั้นก็แล้วกัน โคจิทำท่าฮึด...เจสส่ายหัวขำๆ ไม่รู้จะทำได้แค่ไหนแต่ก็จะพยายามเต็มที่กับงานชิ้นใหม่ที่ได้รับมา..มันท้าทายความสามารถมากและที่สำคัญมันเป็นโอกาสที่ทางผู้ใหญ่โยนมาให้เด็กๆอย่างพวกเขา ซึ่งไม่ได้มีบ่อยนัก เมื่อคว้าเอาไว้ได้แล้วก็อยากจะทำมันให้สุดความสามารถ

                            .......................................................................
                ช่วงนี้รู้สึกว่าเจสแปลกๆไปหรือเปล่านะ พอมาถึงกองถ่ายก็รีบแจ้นไปหาโคจิทันที เวลาอยู่ด้วยแล้วสบายใจมากๆไม่ว่าจะพูดจะคุยอะไรรุ้สึกว่าหมอนี่เข้าใจเจสสุดๆ เลยแทบจะไม่มีอะไรปิดบังกันเลย เจสเพ่งมารู้ไม่กี่วันมานี่เองว่าหมอนี่เรียนมหาลัยแล้ว สรุปว่าในแก๊งนี้มีเขาคนเดียวที่ก้าวไปไกลกว่าคนอื่นๆในด้านการเรียน           

                ทุกครั้งที่มอง ก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่ามีความสุขขนาดนี้เชียวหรือ ยังคงตอบตัวเองไม่ได้เหมือนเคย ความรักที่คนๆนั้นเผื่อแผ่มาถึงคนรอบข้าง ช่างมีผลมากมายขนาดนี้ ช่วงเวลาวิกฤตคนนี้สามารถเปลี่ยนมันให้เป็นโอกาสได้ เพียงแค่คำพูดไม่กี่คำ ยิ่งได้สัมผัสยิ่งได้พบเจอทุกวัน ทำให้ถูกดึงดูดเข้าไปเรื่อย จนไม่อาจปฏิเสธ

                เด็กมหาลัยวันนี้มีการบ้านเหรอ เจสแซวเมื่อเห็นเขาก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรอยู่ตรงหน้า
                อึ่ม มีรายงานนิดหน่อย แต่ใกล้เสร็จแล้วล่ะ เขาบอกเจส ไม่กี่นาทีก็เงยหน้าจากโน๊ตบุ๊คตรงหน้า เสร็จล่ะ เสียงถอนหายใจ พร้อมกับบิดขี้เกียจสองสามที
                ว่าแต่เด็กมอปลายทำไมวันนี้มาเร็ว เขาถามกลับ
                ก็ไม่มีเรียนบ่าย เลยคิดว่ามาที่นี่สนุกกว่า เจสวางกระเป๋าเอาไว้บนโต๊ะ
                คิดถึงชั้นใช่มั้ยล่ะ เขาหัวเราะ
                แหม ช่างคิดได้ บ้าหรือเปล่านายน่ะ เจสตอบกลับเขินๆ หมอนี่มันอ่านใจคนออกหรืองัยกัน
                ชั้นล้อเล่น เออนี่ชั้นซื้อขนมปังไส้แฮมชีทมากจากแถวๆมหาลัย เจ้านี่อร่อย พูดจบก็กุลีกุจอหยิบถุงขนมปังออกมาจากเป้..
                ชิมสิ เขายื่นให้เจสอันนึง เจสรับขนมปังมาแกะออกจากถุงพลาสติกแล้วส่งเข้าปาก..กัดคำแรกแล้วเคี้ยวช้าๆ
            อร่อยยย เจสอุทานเสียงดัง
                ใช่มั้ยๆๆๆ ชั้นชอบมากเลยล่ะ คนซื้อมายิ้มกว้าง แกะขนมปังกินบ้าง
                ชั้นมีชาด้วยนะ หยิบกระติกชาออกมาจากกระเป๋า เจสมองงงๆหมอนี่เหมือนคนแก่เลยแฮะพกกระติกชาติดตัวด้วย
                อะนี่ ไม่ต้องมองเลย ชั้นชอบชาพกติดตัวนี่ผิดด้วยเหรอ ดูดิ่อ่านความคิดเจสออกอีกแล้วอะ
                เปล่านี่ เจสแก้ตัวน้ำขุ่นๆ
                อร่อย เขาซดชาอุ่นๆ เจสยิ้มขำๆ..หมอนี่มองยังงัยก็ไม่เบื่อ ทั้งๆที่มาถ่ายละครกันแต่ดูเหมือนว่าจะมาปิกนิกกันมากกว่า นั่งรับลมเย็นๆ จิบชาอุ่นๆกับขนมปัง สุขสุดๆ
            พวกนายสองคนนี่ มาทำงานนะไม่ได้มาปิกนิก ไทกะแซว ก่อนจะนั่งข้างๆ เจส
                จะรับมั้ยชั้นซื้อมาเผื่อนะ โคจิส่งขนมปังให้
                แต่ไม่มีแก้วชาแล้ว
                อึ่ม ขอแค่หนมปังละกัน ไทกะยิ้มหยิบขวดน้ำออกมาจากกระเป๋า
                แล้วของชั้นล่า จูริมาสบทบ
                ชั้นด้วยๆ โฮคุอีกคน
                ซื้อมาเผื่อทุกคนนั่นแหละ โคจิยื่นถุงให้หยิบ
                ใจดีจังน้า เจสยิ้ม
                ก็อร่อยเลยอยากให้ชิมกันทุกคน โคจิยกชาขึ้นซด หมอนี่ใจดี..ใจดีกับใครๆจนเจสรู้สึกไม่ค่อยชอบนัก แต่ก็ไม่กล้าแสดงอะไรออกไปกลัวว่าวันนึงถ้าเขาใจร้ายกับเจส..เจสคงรู้สึกว่าโลกทั้งโลกมันดูมืดไปในพริบตา เจสชอบใบหน้าเปื้อนยิ้มแบบนี้ อยากให้เขาอยู่ตรงนี้ตลอด..หากแต่เรื่องของอนาคตมันเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้จริงๆ
                วันนี้เหงาเป็นบ้า นั่งๆนอนอยู่ที่บ้านไม่รู้จะทำอะไรดี ไม่มีคนอยู่บ้านด้วย เหมือนโดนทิ้ง ไม่หรอกจริงๆแล้วเค้าอยากให้พักผ่อนมากว่าเพราะหักโหมมาทั้งอาทิตย์เพิ่งได้หยุดวันนี้วันแรก เหลือบไปมองนาฬิกามันเพ่งจะสิบโมงเอง ว่าแต่หมอนั่นทำอะไรอยู่นะ..หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา..วางไว้อย่างเดิม..วันนี้วันเสาร์มีงานสินะ แย่จัง...ท้องเริ่มร้องแล้วสิ...
                ปิ๊บ..ปิ๊บ ข้อความเข้า
                ชั้นรู้นะว่านายว่าง งานเสร็จเที่ยงไปดิสนี่ย์กันไหม
                อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เจสเผลอตะโกนลั่นบ้าน ชูโทรศัพท์เต้นแหยงๆรอบห้องอย่างดีใจ น้ำตาจะไหล ชั้นรักนาย รักนายจริงๆ พิมพ์ข้อความตกลงส่งไปแบบไม่ต้องคิด .......วางโทรศัพท์ไว้เผ่นแน่บเข้าห้องน้ำ....
                อีกชั่วโมงนึงต่อมา....................................
                ตกใจหมดไม่คิดว่าจะมารับถึงที่นี่ โคจิยิ้ม
                ก็ชั้นว่างนี่ เจสหัวเราะแก้เขิน
                พอดีชั้นได้บัตรฟรีมาสองใบ ไม่มีใครว่างเลย ก็เลยส่งข้อความไป โคจิชูบัตรให้เจสดู ฮือๆ น้อยใจเล็กๆไอ้ตรงที่บอกว่าไม่มีใครว่างนี่แหละ แต่ไม่เป็นไรยังงัยก็ได้ไปกันสองคน
                ชั้นคิดว่านายคงชอบ
                แน่นอนสิ ใครๆก็ชอบกันทั้งนั้นแหละ เจสยิ้มหน้าบาน...ดีใจมากๆ จะเรียกว่าเดตดีไหมเนี้ย >////< ไม่อยากเข้าข้างตัวเองเลยแฮะ
                ชั้นเองก็ชอบ โคจิเกาหัวเขินๆ
                ไปกันเหอะ จะได้มีเวลาแยะๆ เจสถือวิสาสะคว้าแขน เดินลิ่วออกจากสถานี ไม่ได้คิดอะไรเลยตอนนั้น ด้วยความที่เจสเป็นคนขายาว และเค้าเองก็เตี้ยกว่า แต่....หมอนี่เดินเร็วกว่าเจสอีกแน่ะ เล่นเอาเจสหอบเหมือนกัน ...
                รู้สึกเขินๆที่ผู้ชายตัวโตๆสองคนมาเที่ยวสวนสนุกด้วยกัน เจสนั่งคิดโน่นนี่นั่นตลอดเวลาที่อยู่บนรถ กลัวเขาจะไม่สนุก กลัวอะไรต่อมิอะไรสารพัด กตดันพิลึก...ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าคิดถูกหรือเปล่าเนี่ยที่มาวันหยุด คนอย่างกับหนอนเลยครับพระเจ้า
                (T_____T) ตั้งแต่เดินเข้ามามีแต่คนเดินมาขอจับมือตลอด
                .......ขอโทษนะครับ พอดีผมอยากเล่นเครื่องเล่นกันมากเลย ไว้โอกาสหน้าดีมั้ยครับ คือเวลามีจำกัดจริงๆ รอยยิ้มกับคำพูดเหล่านั้นทำให้แฟนๆพยักหน้าและเดินห่างออกไป ไม่มีใครเข้ามายุ่งอีกเล่นเอาเด็กอย่างเจสอึ้งไปนิดนึง นี่สินะคำพูดและความคิดของผู้ใหญ่ หยั่งไม่ถึงจริงๆ
                (>______<)
            นายเล่นได้หมดใช่ไหม เขายืนกอดอกถามเจส
                ขอไม่เข้าที่มืดอย่างเดียว เจสบอกอ้อมๆ
                งั้นเหรอ เอาบ้านผีสิงเป็นที่แรกละกัน อ๊ากกกกกกกกกก นี่มันจงใจแกล้งกันชัดๆ ไม่มีทาง เจสกอดอกมองเคืองๆ
                เข้ามั้ย ถ้าไม่เข้า นายรอตรงนี้นะ ดูดิ่ เขาจงใจ
                ขะ ขะ เข้าก็ได้ เอาล่ะเป็นงัยเป็นกัน เจสทำใจกล้า..ฮือๆจะรอดมั้ยเนี่ย เขาหันมามองเจสนิดนึง บีบมือเจสเบาๆ
                ไม่เข้าล่ะ กลัวคนร้องไห้  เขาหัวเราะ แกล้งเจสอีกแล้ว แย่ชะมัดหมอนี่ โมโห...กลัวเสียฟอร์มเลยลากแขนหมอนี่เข้าบ้านผีสิงไม่สนใจว่าจะน่ากลัวแค่ไหน...ยี่สิบนาทีผ่านไป.........
                น้ำ...ไหวไหมเนี่ย เจสนั่งหมดแรงอยู่ตรงม้านั่ง
                วันหลังอย่าทำห่ามๆ ไม่เท่ห์หรอก เขาจิ้มหน้าผากเจส เจสรับน้ำมาจิบ..เขานั่งลงข้างๆ วันนี้อากาศดี ฟ้าเป็นสีฟ้าสดใส พวกเด็กๆวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน...รอยยิ้มที่แต่งแต้มอยู่บนใบหน้าแสดงถึงความสุขที่ได้มาเที่ยวที่นี่
                นายใจดีเสมอเลยนะ เจสค่อยๆเอนหัวพิงไหล่เขาเบาๆ
                เจ้าเด็กขี้อ้อน เขาเอื้อมมือมาลูบหัวเจสเบาๆ
               ω;`) ...........
(>_____________<)
        เจสทำอะไรไม่ถูกแล้ว..อยากหยุดเวลาเอาไว้ตรงนี้ พระเจ้าเห็นใจเจสด้วยเถอะครับ ขอเวลาตรงนี้อย่าได้ผ่านไปเลย..เจสหลับตาลง อาการแย่ๆเมื่อครู่มันหายไปหมดแล้ว แต่เจสยังคงนั่งพิงอยู่อย่างนั้น..มันเป็นภาพที่ไม่น่าดูหรอก ไอ้การที่มีผู้ชายตัวโตๆมานั่งพิงกันอยู่เนี่ย..ช่างประไรเจสไม่อยากให้ใครมามองซะหน่อย
                เจสซี่ สู้ๆนะ เจสได้ยินเสียง พอลืมตาก็เห็นเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มสามสี่คนยืนยิ้มแฉ่งอยุ่
                โคจิซัง ดูแลเจสซี่คุงด้วยนะคะ เดี๋ยวนะ..เจสฟังผิดไปหรือเปล่าเนี่ย..
                เอ่อ อึ่ม โคจิดูอึกอักนิดหน่อย เพราะเป็นคนใจดีเลยรับปากไปอย่างนั้น พอเด็กสาวเดินจากไปเจสได้ยินเสียงพวกเธอกรี๊ด นี่กำลังเชียร์พวกเจสอยู่หรือเปล่านะ หรืออินมาจากละคร
                นายโอเคขึ้นหรือยัง โคจิถามยิ้มๆ
                อะ อึ่ม เจสพยักหน้า
                งั้นไปดูของที่ระลึกกันนะ โคจิทำท่าตื่นเต้น
                เอ๋ ออกแปลกใจนะเนี่ย ที่หมอนี่อยากดูของที่ระลึก จะซื้อไปฝากใครกัน เจสแอบโมโหนิดหน่อย แต่ก็พยักหน้าเดินตามไปด้วยดี ...
                ที่ร้านขายของที่ระลึก.... เจสเห็นหมอนั่นเดินไปหยุดอยู่ตรงชั้นขายตุ๊กตา จากนั้นก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่นาน เจสชักหมั่นไส้ เลยเดินเข้าไปยืนกอดอกอยุ่ใกล้ๆ เลือกให้มันได้สักตัวสิ
                ทำงัยดีๆๆๆๆ หมอนั่นรัวคำถามเดิมๆใส่เจส
                อะไรของนาย เจสถามเสียงขุ่น
                น่ารักทุกตัวเลย แค่สบตาก็อยากชวนมันกลับบ้านแล้ว  โคจิทำเสียงสูง...เฮ้ย..จริงดิ่..ผิดคาดมาก
                อย่าบอกนะว่านายชอบ เจสถามด้วยความแปลกใจ
                อื้อๆๆๆ โอ้ย...วันนี้เจสได้รู้ความลับหมอนี่เพิ่มอีกเรื่องนึง หมอนี่ชอบตุ๊กตา เจสถอนหายใจอย่างโล่งอก ยืนมองคนอายุมากกว่าเลือกตุ๊กตาอย่างสนุกสนาน..
                ตัวนี้เหมือนนาย เอาตัวนี้ดีกว่า เขาหยิบโดนัลดั๊กมาเทียบกับหน้าเจส
                เด๋วนะ นายว่าชั้นเหมือนเป็ดเหรอ เจสแกล้งถาม
                ไม่ใช่ๆ นายชอบทำเสียงเจ้านี่ใช่มั้ยล่ะ  ตั้งชื่อให้เลยแล้วกันเจ้าเป็ดเจส เขาหัวเราะ แล้วกอดตุ๊กตาเอาไว้ จากนั้นก็เดินไปที่เคาร์เตอร์...เป็ดเจส....
                ...ตะวันคล้อยต่ำลงแล้ว..เวลาผ่านไปแบบไม่รู้ตัว..เจสนั่งเหยียดขายาวตรงม้านั่ง โคจิหันหลังพิงเจสและนั่งท่าเดียวกัน ต่างคนต่างหมดแรงเพราะเดินตะเวณทั่วทุกซอกมุม สนุกมากๆ เครื่องเล่นที่ไม่เคยคิดว่าจะขึ้นไปเล่นก็ได้เล่นครบหมดทุกอย่าง โชคดีชะมัด....
                เป็ดเจส
                นายยังไม่เลิกเรียกอีกเหรอเนี่ย เจสถามงอนๆ
                ก็มันน่ารักนิ่ ไหนทำเสียงโดนัลให้ฟังซิ เขาพูดลอยๆ เจสพ่นลมหายใจนิดนึง....
                อยากอยู่ด้วยกันอย่างนี้ตลอดไป เจสทำเสียงโดนัลดั๊ก...เงียบ..ไม่มีเสียงตอบ พูดอะไรผิดไปเหรอ..ห้านาทีผ่านไป เจสไม่กล้าขยับตัว ไม่กล้าเอ่ยปากถาม นั่งนิ่งหลังพิงกันอย่างนั้น......
                ....เจ้าบ้า.. เขาเอื้อมมือมาตบหัวเจสเบาๆ ไม่โกรธสินะ ..... เจสหัวเราะเบาๆ เงยหน้าขึ้นฟ้าเอาหัวพิงไหล่คนอายุมากกว่า วันนี้ขออ้อนให้เต็มที่เถอะนะ...ไม่บ่อยนักหรอกที่จะได้มาเที่ยวด้วยกันแบบนี้ คงไปพูดให้คนอื่นๆในก๊วนฟังไม่ได้ เดี๋ยวโดนแซวแน่ๆ จะว่าไปก็แอบเขินอยู่เหมือนกัน ขอเก็บความรุ้สึกแบบนี้เอาไว้ลำพังก็พอ....
                ดึกจนได้..โทษใครก็ไม่ได้เพราะตัวแต่เพลินด้วยกันทั้งคู่ โคจิอุ้มเป็ดเจส ไม่แคร์สายตาใครๆที่มองแล้วพากันหัวเราะคิกคัก เจสตะหากที่เขินแทน รู้สึกเหมือนโดนกอดเอาไว้ตลอดเวลา เหลือบมองหนุ่มรุ่นพี่ที่เอาแต่ยิ้มกรุ้มกริ่มตั้งแต่ได้เจ้าตัวนี้มา สงสัยจะชอบเอามากๆ น่ารักจริงๆ เรื่องพวกนี้ไม่มีใครรู้แน่ๆ พอตัวเองนึกได้อย่างนั้นก็เหมือนกับมีความลับเพิ่มขึ้น ไม่ว่าเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับคนๆนี้อยากรู้ทั้งนั้น ยิ่งถ้าได้รู้อยู่คนเดียวยิ่งรู้สึกอยากเก็บเอาไว้ลำพัง
                แยกกันตรงนี้นะ กลับดีๆล่ะ เจอกันพรุ่งนี้ โคจิหันมาบอก เพราะตัวเองต้องต่อรถไปอีกสายนึง เจสอยู่กลางเมืองแต่ตัวเองอยู่ชานเมือง ต้องต่อนั่งไปเกือบสุดสาย
                อึ่ม นายก็กลับดีๆล่ะ เจสยิ้มบางๆ โคจิพยักหน้า หมุนตัวเดินจากไป เจสมองเขาจนกระทั่งลับสายตา
                เสียงรถไฟวิ่งผ่านอุโมงค์ สลับกับเสียงวิ่งบนราง..ขบวนรถไฟค่อยๆเคลื่อนผ่านสถานีต่างๆ คนโดยสารดูโหลงเหลง เจสค่อยๆพิงพนักเก้าอี้ อีกห้าสถานีก็จะถึงบ้านแล้ว ช่วงนี้แรงจูงใจในการทำงานสูง อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆ....
                .....................................................................................
                ขอโทษนะ วันนี้ชั้นเลิกเรียนช้าไปหน่อย เจสวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหา ขณะที่โคจิ ไทกะ จูริ กำลังนั่งคุยกันอยู่ตรงมานั่งหน้าฮอลล์ วันนี้มีอัดโชเนนตอนค่ำ ทุกคนมีคิวเลยมารวมตัวกันตรงนี้ โคจิยื่นน้ำชาให้ หมอนี่คงพกมาเหมือนเคย
                ไม่ต้องรีบหรอก ยังมีเวลา ไทกะขยับให้เจสนั่ง เจสส่งแก้วเปล่าให้โคจิ ค่อยๆนั่งลงข้างๆไทกะ พอเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของเพื่อนๆได้ที่วิ่งมาเหนื่อยก็หายเป็นปลิดทิ้ง
                เด็กดีจังน้า โคจิมองหน้ายิ้มๆ เจสยิ้มอายๆ หันไปคุยกับไทกะแก้เขินแทน
                สี่หนุ่มหน้าตาดีนั่งคุยกันอย่างเมามัน ไม่สนใจคนที่ยืนมองอยุ่ห่างๆ ตอนนี้พวกเขากำลังเป็นที่สนใจของบรรดาแฟนคลับ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีคนมารอก่อนเข้าไปอัดรายการ ชินกับโฮคุตามมาสมทบ เด็กๆคนอื่นๆต่างทยอยกันมา ทักทายกันตามประสาแล้วเข้าไปในห้องส่งเพื่ออัดรายการ....
                เพราะบนเวทีนี้มีเด็กมากมาย คนที่อยู่แถวหน้าจึงต้องพยายามอย่างหนักเพื่อให้ตัวเองยังยืนอยู่ตรงนั้นได้ คนที่อยู่ข้างลังพร้อมจะมาแทนที่อยู่เสมอ พลาดไม่ได้ นั่นคือสิ่งสำคัญ กว่าจะก้าวไปถึงจุดหมายได้ต้องผ่านอุปสรรคมากมาย หากท้อก็โดนทิ้งทันทีนี่คือกฎที่เกิดขึ้นเอง คนที่มาอยู่ตรงนี้จึงต้องรักษาตำแหน่งของตัวเองให้ได้..มันไม่ใช่เรื่องง่าย..ทุกคนรุ้ดี
                พยายามเข้านะ เจสเดินเข้ามาด้านหลังโคจิ เอาคางเกยไหล่เอาไว้
                อึ่ม นายก็เหมือนกัน โคจิลูบหัวเบาๆ
                ภาพที่เห็นกันจนชินชา เพื่อนๆในก๊วนรู้ดีว่าสองคนนี้ซี้กันมาก เวลาเห็นโคจิที่ไหนก็เห็นเจสที่นั่น เหมือนลูกเป็ดตามแม่เป็ดงัยงั้น แต่สายตาคนภายนอกกลับดูน่ารัก พอเห็นโมเม้นแบบนี้ต่างฟินไปตามๆกัน เสียงกรี๊ดจึงเกิดขึ้นเป็นระลอก ....
                ไม่ใช่แฟนเซอร์ ไม่จำเป็นต้องเขียนบท ไม่จำเป็นต้องแกล้งทำ ความเป็นธรรมชาติของทั้งคู่ ทำให้ดูสบายตาไม่ว่าจะเดินด้วยกัน สแตนบาย หรือแม้แต่อัดจริง เจสยังคงวนเวียนอยู่ไม่ห่างจากโคจิ เล่นกันแหย่กันตามประสา...จนกระทั่งเสร็จงาน...
                ดึกแบบนี้ต้องราเมน จูริยกกระเป๋าขึ้นสะพาย
                อึ่ม กำลังหิวได้ที่ โฮคุเสริม
                ร้านเดิมแล้วกัน ไทกะสรุป ที่เหลือพยักหน้า ร้านราเมนเจ้าประจำที่แก๊งที่ไปฝากท้องด้วยบ่อยๆ จนซี้กับเจ้าของร้าน ตอนนี้เหลือแค่ 5 คน เพราะชินต้องกลับก่อน เด็กอายุไม่ถึงสิบห้าห้ามกลับมืด ส่วนเจ้าเด็กยักษ์นี่คงไม่มีใครว่าอะไร ที่บ้านก็คงไม่บ่นด้วย ครึ่งนึงเป็นฝรั่งนี่นะ.....
                ทางเดินเท้าที่ทอดยาวสุดลูกหูลุกตา..ห้าหนุ่มเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าอยากจะกลับบ้านกันเลย พอมาเจอกันต่างพากันสนุกสนานจนลืมเวลา..ตอนนี้เลยไม่มีใครอยากกลับ..อยากนั่งคุยเดินคุยกันไปเรื่อยๆแบบนี้..ทั้งๆที่พรุ่งนี้ต้องมีเรียนกันแต่เช้า และที่สำคัญโคจิก็อยู่ไกลกว่าเพื่อน พอคนอื่นๆไม่แยกย้ายตัวเองก็เลยไม่อยากกลับด้วยเหมือนกัน
                จะดีเหรอโคจิ นายอยู่ไกลที่สุดเลยนะ สุดท้ายเจสก็เป็นคนเอ่ยปากแทน
                จริงด้วยสิ พรุ่งนี้ชั้นก็ต้องเรียนเช้า โฮคุยกนาฬิกาขึ้นดูเวลา
                งั้น กลับกันดีกว่า ไทกะสรุป  โคจิถอนหายใจโล่งอก หันไปมองเจสซี่เป็นเชิงขอบคุณ ต่างคนต่างพากันแยกย้าย..เดินไปขึ้นรถไฟที่สถานีด้วยกันแต่แยกกันไปคนละสาย...ตึกแล้วเลยไม่ค่อยมีคน ไม่ต้องแย่งที่นั่งไม่ต้องเบียดเสียดเหมือนตอนกลางวัน ล่ำลากันพอหอมปากหอมคอก็ต่างคนต่างไป....
                ติ๊ด ติ๊ด
                กลับดีๆนะ ถึงบ้านแล้วส่งข้อความมาบอกด้วย ......
                “ (^___^)” ไม่ตอบได้แต่ส่งอิโมไป
                อยากให้รถไฟว่างอย่างนี้ทุกวัน จะได้นั่งสบายๆ เอนกายพิงพนัก คิดโน่นคิดนี่เรื่อยเปื่อย จนถึงสถานีที่ต้องลง..เดินต่อไปอีกนิด..ผ่านเส้นทางที่คุ้นเคย ลมเย็นๆตอนกลางคืนทำให้หายเหนื่อยลงบ้าง คิดถึงอย่างแช่น้ำที่บ้าน เตียงนุ่มๆ แอร์เย็นฉ่ำ ช่วงนี้โหมทั้งงานทั้งเรียน..เลยทำให้ร่างกายล้าๆไป..ถ้ามีวันหยุดอีกครั้ง อยากไปนอนค้างออนเซน ถ้าเจ้าพวกนั้นไปด้วยกันคงจะดีมากๆ
               
                นั่งจ้องโทรศัพท์มือถือมาเป็นชั่วโมงแล้ว ไม่เห้นจะมีสายเข้าหรือข้อความมาเลยสักอัน บ้าชะมัดอุตส่าห์ย้ำไปแล้วแท้ๆ ไม่ใส่ใจเลย เกลียดนิสัยแบบนี้ ไม่รู้หรืองัยว่าคนเขาเป็นห่วง ถึงจะรู้อยู่หรอกว่าไม่ไปไร แต่ก็อยากได้ข้อความยืนยัน หรือไม่ก็อะไรสักอย่างให้คืนนี้ได้นอนหลับฝันดี ดูสิแล้วอย่างนี้จะให้หลับตาลงง่ายๆได้ยังงัย
                ไอ้บ้า ปาโทรศัพท์ไว้ตรงหัวนอน ไม่สนใจแล้ว ..ไม่กี่นาทีก็คว้าขึ้นมาดูใหม่ เป็นอย่างนี้อยู่ร่วมชั่วโมง จนกระทั่งผล็อยหลับคาไปอย่างนั้น
                ความสำคัญของฉัน สำหรับนายแล้วมันคงไม่มีเลยสักนิดเดียวสินะ ยังงัยฉันก็ยังเป็นเด็ก เด็กที่เอาแต่ใจตัวเอง เด็กที่คอยอ้อนนายอยู่ตลอดเวลา ฉันปกป้องนายไม่ได้ เป็นที่พึ่งพาของนาอยไม่ได้ แต่ฉันคนนี้มีหัวใจที่ห่วงนายไม่แพ้ใครๆเลย
               
                เจส ชั้นขอโทษนะ เมื่อคืนหลับไปทั้งอย่างนั้น โคจิวิ่งเข้ามาหา สีหน้าเป็นกังวลสุดๆ พอเห็นแบบนี้แล้วไอ้ที่เหมือนจะโกรธมาก็มีทีท่าว่าจะหายไปด้วย
                ไม่เห็นจะต้องแวะมา แค่ส่งข้อความหรือโทรมาก็ได้
                ชั้นรู้สึกว่ามันเสียมารยาทน่ะ อีกอย่างชั้นก็เป็นคนผิดด้วย โคจิบอกเสียงอ่อน
                แต่ชั้นก็ไม่ได้โกรธอะไรนี่ เจสยิ้ม
                ก็นะ ยังงัยซะ ชั้นต้องขอโทษจริงๆ แย่ล่ะ ชั้นต้องไปเรียนแล้ว นายก็พยายามเข้านะ พูดจบก็ตบไหล่เจสเบาๆแล้ววิ่งแจ้นจากไป ปล่อยให้เจสยืนมองงงๆ เขายิ้มขำๆ หมอนี่ชอบทำอะไรที่คาดไปถึงเสมอ คงมาดักแต่เช้าสินะ เฮ้อโกรธไม่ลงจริงๆ..ยกนาฬิกาขึ้นมองเวลา ถ้าไม่รีบเขาเองก็สายเช่นกัน
                สู้ๆสินะ นายก็เหมือนกัน เจสบ่นกับตัวเองเบาๆ หยิบมือถือออกมาจากกระเป๋า....
                พยายามเข้านะ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งไป
                ติ๊ด ติ๊ด
                เช่นกันเจ้าเด็กยักษ์                           
                เจสอ่านข้อความยิ้มๆ ไม่ยอมเลิกเรียกซะที แต่เอาเถอะขอยอมให้คนๆนี้คนเดียวจริงๆ
               
                กว่าจะรู้ตัวงานสุดท้ายที่ทำร่วมกันหกคนกำลังจะจบลง...ชิงกังเซนมุ่งกลับโตเกียว งานโปรโหมดหนังงานวันสุดท้ายจบลงแล้ว เบนโตะแสนอร่อยที่เคยกินกันอย่างสนุกสนาน วันนี้มันไม่อร่อยเอาเสียเลย พอคิดว่าเป็นเป็นวันสุดท้ายที่ได้ร่วมงานกันหกคนแล้วโฮคุเป็นคนแรกที่ร้องไห้ จากนั้นที่เหลือก็น้ำตาร่วงผล๋อย ทั้งๆที่ยังต้องเจอกัน แต่เวลาที่เคยอยู่ร่วมกันมันเหลือน้อยลงแล้ว เสียงชิ้นสะอื้นๆเบาๆ ขณะที่ไทกะเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง โคจิมองหน้าเจสตาแดงก่ำ จูริคีบเบนโตะใส่ปากทั้งน้ำตา
                เค็มจัง จูริบอกติดตลก แต่ยามนี้ไม่มีใครหัวเราะเลย หกหนุ่มนั่งร้องไห้กันเงียบๆ พวกสต๊าฟมองกันห่างๆ รู้ดีว่าหนุ่มๆผูกพันกันมาก ตั้งแต่ทำละครจนกระทั่งหนัง เด็กที่ยังไม่ได้เดบิวส์แต่ทำให้คนรู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมือง หนังที่ทำรายได้หลายร้อยล้านเยน เด็กที่ทำให้เพลงประกอบละครของวงรุ่นพี่ดังระเบิด จนใครๆคิดว่าเป็นเพลงของพวกเขา..ตอนนี้เด็กพวกนั้นกำลังนั่งกินเบนโตะกับน้ำตาบนชินกังเซน......
                กลับดีๆนะ  โคจิบอกเจส ตายังแดงก่ำ
                นายก็เหมือนกัน เจสกระซิบ เอื้อมมือไปกอดไหล่โคจิ
                ชั้นไม่ปล่อยนายหรอกนะ เจสบอกโคจิก่อนจะเดินไปรวมกลุ่มกับไทกะ..โคจิเกาหัวแกรกๆด้วยความงง แต่ไม่ได้คิดอะไร สูดหายใจเข้าเต็มปอด ต้องพยายาม เพื่อจะให้ตามคนอื่นๆทัน

                โคจินั่งมองตารางงานใหม่ เดือนนี้มีถ่ายแม็คหลายเล่ม แต่ไม่มีอันไหนถ่ายด้วยกันหกคนเลย มีแต่แยกกันไป ส่วนเขายังคงถ่ายกับไทกะเหมือนเล่มเดือนที่แล้ว โฮคุกับเจสถูกดันออกไปอยู่แล้วหน้าแล้ว ถอนหายใจอย่างหนักหน่วง สู้พวกนั้นไม่ได้จริงๆด้วยสินะ ทั้งๆที่พยายามแล้ว
                ฝากเนื้อฝากตัวเช่นเคย ไทกะยิ้ม อารมณ์ดีทุกครั้งที่ทำงานร่วมกับโคจิ เพราะหมอนี่ไม่เรื่องมากและดูแลเขาอีกตังหาก เหตุผลนี้มั้งที่ทำให้เจสตามต้อยๆไม่ห่าง ถึงแม้จะแยกกันทำงานก็ยังติดต่อกันอยู่เสมอๆ
                อึ่ม วันนี้มีแต่หนักๆ นายไหวมั้ย โคจิเป็นห่วง เพราะธีมวันนี้เป็นเรื่องกีฬาล้วนๆ สำหรับตัวเขาเองเป็นนักก๊ฬาอยู่แล้วเรื่องนี้เลยไม่น่าห่วงเท่าไหร่
            ไหวอยู่  วันนี้ฮากิด้วยใช่ไหม ไทกะหันไปมองรอบๆ ยังไม่เห็นคนที่เอ่ยชื่อ
                อึ่ม ยังไม่มา สต๊าฟก็ยังไม่มา โคจิยิ้ม
                อ้อ ช่วงนี้นายเป็นงัยมั่ง ไทกะชวนคุย
                ก็เหนื่อยเอาการเหมือนกัน แล้วนายล่ะ ที่เอนบุเป็นงัยมั่ง โคจิย้อนถาม เพราะไทกะถูกจับแยกออกไปเล่นละครเวที ในขณะที่โฮคุกับเจสมีละคร...ต่างคนต่างมีงาน เขาเองก็กำลังยุ่งๆกับคุริเอะที่ใกล้จะแสดงเต็มทีแล้ว
                ชั้นน่ะ พอไปที่นั่นเหมือนกับเด็กอ่อนเลยล่ะ ทั้งท้อทั้งเหนื่อย ไทกะถอนหายใจ
                พยายามเข้านะ ชั้นว่านายทำได้อยู่แล้วโคจิตบไหล่เบาๆ
                นายก็เหมือนกัน วันนี้พยายามด้วยกันนะ ไทกะหัวเราะเบาๆ...
                วันนี้ทำงานร่วมกับคนที่คุ้นเคยอยู่แล้วเลยไม่ยุ่งยาก ไม่กี่ชั่วโมงก็เสร็จงาน ร่ำลาสต๊าฟได้ก็เตรียมตัวกลับ ฮากิแยกไปเหลือไทกะกับโคจิ สองหนุ่มมองหน้ากันแล้วยิ้ม เวลาอย่างนี้ต้องหาอะไรลองท้องสิ นานๆเจอกันทีมีเรื่องให้คุยมากมาย ถึงแม้โคจิจะเรียนมหาลัยแล้ว แต่ความเป็นจริงอายุห่างจากไทกะไม่กี่เดือนเอง เรียกได้ว่ารุ่นเดียวกัน เพียงแต่เรียนคนละชั้น..สองหนุ่มเดินออกจากสตูก็ตอนตะวันคล้อยต่ำแล้ว เดินทอดน่องไปตามถนนสายยาว คุยกันอย่างสนุกสนาน...บรรยากาศเก่าๆกลับมาอีกครั้ง เมื่อสี่เดือนก่อนพวกเขาเคยกลับบ้านด้วยกันทุกวัน พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ตอนนี้มันกลายเป็นเพียงความทรงจำที่ไม่อาจเรียกคืน...
                อิ่มเป็นบ้า ไทกะลูบท้องตัวเอง
                ไม่น่าเชื่อว่านายจะกินได้มากขนาดนี้ โคจิหัวเราะ
                ก็มันอร่อยนี่นา ไทกะย่นจมูก ไม่ใช่แค่อร่อยอย่างเดียว ยังคุยกับโคจิเพลินด้วย เลยให้กินได้แยะกว่าปกติ ทั้งคู่เดินออกมาจากร้าน ลมเย็นๆพัดมาราวกับว่าฝนจะตก ไทกะหรี่ตามองท้องฟ้า
                หมวกนายสวยดีนะ ไม่พูดเปล่าโคจิเอื้อมมือไปถอดหมวกไทกะเอามาใส่เสียเอง ไทกะเลยไล่คว้าแต่โคจิหลบ ไทกะเลยยืนกอดอกมองหัวเราะ
                คืนให้ก็ได้ ผมเป็นตูดเป็ดเชียว โคจิหัวเราะบ้าง
                ก็ผมชั้นมันยาวนี่นา ไทกะทำเสียงขุ่น
                เอาน่ะ นายเหมาะกับทรงนี้อยู่แล้ว กลับกันเหอะเดี๋ยวฝนจะตก ทั้งๆที่เล่นเองแท้ๆ ทีอย่างงี้บอกให้รีบกลับ หมอนี่เอาแต่ใจชะมัด
                ไว้เจอกันนะ โคจิโบกมือ
                โชคดี ไทกะยิ้มบางๆ หมุนตัวเดินไปอีกทางนึง พอก้าวขึ้นรถไฟฝนก็เทลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตา โคจิก็คงขึ้นรถไปแล้ว ชะเง้อมองแว๊บนึง แต่ไม่เห็น
                เปียกไหม ข้อความเข้า พอเปิดอ่านก็อดยิ้มไม่ได้
                ไม่เปียก ทางโน้นล่ะ พิมพ์ข้อความสั้นๆอย่างรวดเร็วแล้วส่งไป
                ขึ้นรถทัน โชคดีๆ ข้อความและอิโมที่ถูกส่งมา ไทกะมองแล้วยิ้มขำๆ วันนี้อารมณ์ดีจริงๆ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะร่วมงานกันอีก..โชคดีที่พกร่มมา จะว่าไปผมยาวไปหรือเปล่าน้า ไปตัดดีไหน เอางัยดี ต้องขึ้นเวทีอีกนี่นา..ไว้ก่อนละกัน

                นายตัดผมเหรอ เจสทำหน้าตื่นเต้น เมื่อโคจิเดินเข้าสตูมา ทรงผมใหม่ที่ตัดจนสั้นทำให้ดูเด็กลงกว่าเดิม จะว่าไปก็หล่อขึ้นกว่าเดิมอีกตังหาก
                ร้อน ทนไม่ไหว โคจิลูบหัวตัวเอง รู้สึกหัวเบาไปเลย
                หล่อๆ ไทกะเดินเข้ามาตบไหล่ เจสแปลกใจเล็กน้อยที่จู่ๆไทกะเป็นฝ่ายเข้ามาคุยกับโคจิก่อน
                นั่นสิ ทำหน้าสงสัย แต่ก็ยิ้มกลบเกลื่อน
                ชั้นบ่นเรื่องผมยาว แต่นายไปตัดนี่มันตลกนะ ไทกะเกาแก้ม
                ก็ชั้นตั้งใจจะตัดอยู่แล้วนี่ โคจิยิ้ม
                แต่ก็ดูดีขึ้นล่ะ
                นี่พวกนายซี้กันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย เจสสงสัย
                ก็ทำงานด้วยกันบ่อยนี่เนอะ แถมยังไปกินข้าวด้วยกันบ่อยๆ โคจิหันมามองไทกะยิ้มๆ
                อึ่ม วันนี้ก็ฝากตัวเหมือนเคย เรื่องทำอาหารเนี่ยชั้นไม่ถนัดเลย ยังงัยก็ฝากตัวกับโคจิเซนเซย์ด้วย ไทกะทำท่าล้อเลียน
                ได้เลย โคจิทำเสียงเข้ม เจสยืนมองสองหนุ่ม คงเพราะอายุใกล้เคียงกันมากและทำงานด้วยกันบ่อยๆ เล่ยสนิทสนมกันสินะ แล้วทำไมเขากับโฮคุดูไม่เห็นสนิทกันมากขนาดนี้ กลับรู้สึกเหมือนกับว่าเป็นคู่แข่งมากกว่าเพื่อนร่วมงาน ช่วงนี้ถ่ายละครจนไม่ค่อยมีเวลาส่งข้อความหรือโทรไปหาโคจิเลย เพิ่งจะมาเจอกันก็วันนี้ พอเจออย่างนี้ก็ช็อคไปเหมือนกัน แล้วเรื่องที่ชินเล่าให้ฟังอีก มันยังงัยกันแน่ ควรถามหรือปล่อยมันไปดี...
                หน้าเครียดเชียวนะเจส จูริสะกิด ปกติไม่เห็นเจสเป็นอย่างนี้ ออกจะพูดมาและร่าเริง โดยเฉพาะวันไหนที่เจอกับโคจิ แต่วันนี้แปลกไปนิดหน่อย
                เปล่าซะหน่อย เจสแก้ตัว
                อึ่ม สต๊าฟให้มาเรียก จูริชี้ไปที่คนเรียก เจสซี่พยักหน้า เดินตรงไปหาสต๊าฟ เริ่มถ่ายงานกันแล้ว พวกที่ว่างก็เล่นกันอย่างสนุกสนาน..แอบมองอยู่เงียบๆ มีคำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวยามนี้

                คนที่เดินอยู่ข้างหน้า ยังคงเดินไปเรื่อยๆตามทางสายเล็ก สองฝากฝั่งที่เต็มไปด้วยต้นซากุระ แต่ตอนนี้มันร่วงโรยไปหมดแล้วเหลือเพียงกิ่งก้านที่แผ่ขยายออกไป เจสเดินตามไปเงียบๆ ความรู้สึกของเขาตอนนี้ทั้งสับสนและอ่อนล้า ช่วงเวลาไม่นานทำให้อะไรๆมันเปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้เชียวหรือ
                เจ้าเด็กยักษ์ เป็นอะไรของนาย โคจิยืนมอง เจสเดินเหมือนคนไม่มีเรี่ยวแรง
                เปล่านี่ เจสปฏิเสธ
                อย่ามาปฏิเสธเลย มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า โคจิหยุด ถามเจสตรงๆ ปกติเจสจะร่าเริง คอยคลอเคลียเป็นลุกแมว แต่วันนี้ดูห่างๆไป
                เปล่า... เจสยืนยัน
                เฮ้อ เปล่าก็เปล่า โคจิถอนหายใจ มองหน้าเจสเหมือนยอมแพ้ พักนี้ไม่ค่อยได้โทรคุยกัน เพราะเจสงานยุ่งโคจิก็เลยไม่อยากกวน อยากให้เจสมีสมาธิในการทำงาน อีกอย่างตัวเองก็เข้าร่วมทีมฟุตบอลพอซ้อมเสร็จกลับบ้านก็หมดสภาพแล้ว
                เฮ้ย.. โคจิตกใจเมื่อจู่ๆเจสก็น้ำตาร่วงผล๋อย
                เจส นายเป็นอะไร โคจิเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้
                นาย นาย เกลียดชั้นแล้วใช่มั้ย เจสถามเสียงเคลือ
                ชั้นจะไปเกลียดนายได้ยังงัย โคจิยีหัวคนตัวสูงกว่าเบาๆ
                นายไม่ติดต่อหาชั้นเลย
                ชั้นเห็นว่านายยุ่ง เลยไม่อยากกวน อีกอย่างชั้นซ้อมบอลทุกวัน กลับบ้านก็หมดสภาพแล้ว โคจิเอื้อมมือมาลูบแก้มเจสเบาๆ
                นายเริ่มคบกับไทกะแล้วเหรอ เจสถามตรงๆ ทำเอาคนโดนถามอึ้ง ไอ้คำว่าคบกันนี่มันคบแบบไหนกันนะ ในความหมายของเจ้าหมอนี่ ฝรั่งที่ไม่ค่อยแตกฉานด้านภาษาญี่ปุ่น
                ก็เพื่อนกัน โคจิถอนหายใจ
                ชั้นไม่ยอมปล่อยนายไปหรอกนะ ไม่พูดเปล่ากลับโผเข้ากอดโคจิเอาไว้แน่น จนโคจิเจ็บไปหมด เลยร้องออกมาจนเจสต้องปล่อยให้โคจิเป็นอิสระ ตอนนี้เข้าใจความหมายที่หมอนี่พูดทิ้งท้ายเอาไว้เมื่อตอนแยกกันที่ซินกังเซนแล้ว
                ทำไมนายถึงได้คิดอย่างนั้น โคจิถามเหตุผล
                ชั้นไม่รู้ มาเข้าใจเอาก็ตอนที่ในหัวสมองมีแต่เรื่องนายเต็มไปหมด เจสเช็ดน้ำตา เขาหยุดร้องแล้ว...
                เด็กหนอเด็ก โคจิยิ้ม
                ชั้นโตแล้วนะ โตพอที่จะรู้ว่าคิดยังงัยกับนาย เจสบีบไหล่โคจิเบาๆ
                ชั้นไม่อยากให้นายพูดอะไรตอนนี้ ไว้เวลาผ่านไป นายมั่นใจว่าคิดแบบนี้ไม่เปลี่ยนแปลง นายค่อยมาบอกชั้น โคจิจับมือเจสแล้วบีบเบาๆ
                นายไม่เชื่อชั้น
                ไม่ใช่หรอก ชั้นอยากให้นายให้เวลากับตัวเอง โคจิอธิบาย
                นายจะคบกับไทกะ เจสยังคงไม่ลืมเรื่องนั้น
                ไอ้เด็กบ้า เพื่อนกันโว้ยเพื่อนกัน โคจิโมโหตบหัวเจสดังพลั๊ก..เจสร้องเสียงดัง ลูบหัวตัวเองเบาๆ
                ก็ ก็ ชั้นกลัว เจสสารภาพ
                ไม่คุยแล้ว ถ้านายไม่พัฒนา ไม่พยายาม ชั้นไม่สนใจนายแล้ว พูดจบก็เดินลิ่ว ปล่อยให้เจสวิ่งตามต้อยๆ หมอนี่ท่าทางจะปฏิเสธไม่ได้เสียแล้ว แต่จะให้คำตอบตอนนี้มันยังเร็วไป อย่างน้อยก็อยากให้ประสบความสำเร็จเสียก่อน ไม่งั้นต้องค่อยมานั่งภวงค์จนเสียงาน ไอ้เด็กนี่มันจะเข้าใจไหมเนี่ย
                ถ้าชั้นเก่งขึ้น นายจะอยู่กับชั้นใช่มั้ย เจสวิ่งไปดักหน้าถาม จนโคจิชนเข้าอย่างจัง แต่เจสไม่สะเทือนเลยสักนิด
                ชั้นก็อยุ่กับนายตลอดนั่นแหละ โคจิถอนหายใจ
                ยัตต้า สัญญาแล้วนะ เจสกระโดดไปรอบๆตัวโคจิ โคจิยิ้มขำๆ เจ้าหมอนี่มันเด็กจริงๆนะ...
               
ปล่อยไปไม่ได้จริงๆ บอกตัวเองอยู่ทุกวัน ยังงัยต้องคว้ามาให้ได้ ให้อยู่ใกล้ๆ แม้จะรู้ว่าไม่คู่ควร แต่ก็จะพยายามให้สามารถก้าวไปด้วยกันได้อย่างมั่นคง..ฉันยังคงเป็นแบบนี้และนายเองก็เป็นแบบนั้น ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงไม่จำเป็นต้องฝืนทน ปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นอย่างที่ควรเป็น ฉันรักที่นายเป็นอย่างนั้นและจงรักฉันที่เป็นแบบนี้เช่นเดียวกัน

เจสนั่งมองโทรศัพท์แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ จนยูมะเดินเข้ามาแซว..อารมณ์ดีเกินเหตุ ปกติยูมะจะไม่ค่อยแซวใครเท่าไหร่ คราวนี้คงอดไม่ได้จริงๆ นั่งมองอยู่นานล่ะ ในขณะที่โฮคุกลับนั่งหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ไม่ไกลนัก เมื่อก่อนเคยเดร่วมกับโฮคุมาก่อน ถึงตอนนี้ยังรุ้สึกไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่ เดิมทีหมอนั่นเป็นคนพูดน้อยอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งพูดน้อยลงกว่าเดิม ลุคเหวี่ยงๆนั่นอีก เลยไม่อยากเข้าใกล้นอกจากจะถ่ายร่วมกัน แถมในบทหมอนั่นยังเล่นเป็นคนอิจฉาอีก สงสัยจะบิ้วอารมณ์เพื่อให้สมจริงสมจังกระมัง
ตลกอะ นายดูนี่ดิ่ยูมะ เจสยื่นรูปในโทรศัพท์ให้ดู พอยุมะเห็นก็ขำก๊ากทันที
หมอนี่ยังบ้าอยู่เหมือนเดิม ยูมะยังหัวเราะไม่หยุด สมัยก่อนโคจิก็เป็นหนึ่งในก๊วนเด ตอนนั้นยังดูเด็กไม่ประสา ทั้งๆที่อายุเท่ากัน แถมยังเป็นคนพูดมากและตลกสุดๆ พออยู่ด้วยกันเป็นต้องหัวเราะท้องแข็งทุกที
นั้นสิ ยูมะรู้จักโคจิมานานแล้วนี่เนอะ
ก็สี่ห้าปีแล้ว แต่ช่วงหลังก็ไม่ค่อยเจอกันเท่าไหร่ หมอนั่นสบายดีไหม
สบายดี ช่วงนี้เห็นบอกว่าจะมีงานสเตท เจสบอกยิ้มๆ เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าตามเดิม
ดีจัง ปกติหมอนั่นเป็นพวกไม่กระตือรือร้น ยุมะยิ้มบางๆ
อึ่ม ต้องคอยกระตุ้น
ดีจัง พวกนายสนิทกันมากสินะ ยูมะย้อนถาม เจสพยักหน้าแทนคำตอบ เหลือบไปมองโฮคุแว๊บนึง ถ้าจะเทียบกันแล้วเจสควรสนิทสนมกับโฮคุมากกว่า เพราะทำงานด้วยกันเป็นประจำ..แต่บาเรียที่กางเอาไว้ทำให้เข้าไปไม่ถึง
ก็นะ เจสหัวเราะเขินๆ
อยากย้อนเวลากลับไปตรงนั้นอีกครั้ง..ทุกๆวันที่อยู่ด้วยกัน ได้หัวเราะ พูดคุย กลับบ้านด้วยกัน..ถ้าหากรู้ว่าต้องห่างกันขนาดนี้ จะไม่ปล่อยสักวินาทีให้สูญเปล่าไปเลย..

                นี่เราสองคนต้องทำงานร่วมกันอีกแล้วสินะ ไทกะมองตารางงานใหม่..ละครเวทีที่ต้องแสดงร่วมกันจูเนียร์คนอื่นๆ ในก๊วนเดียวกัน ทั้งชินกับจูริก็มาร่วมแสดงด้วย
                ก็เหมือนจะร่วมกัน แต่รู้สึกว่าชั้นจะโดนแยก โคจิทำเสียงเศร้า ไทกะมองตารางอีกที ยกมือขึ้นทาบหน้าผาก ดูเหมือนโคจิโดนจับแยกไปอยู่กับจูเนียร์อื่นๆจริงๆ
                สู้ๆนะ ไทกะตบไหล่เบาๆ
                ไทจัง โคจิทำท่าร้องไห้ กอดคอไทจังแกล้งสะอื้น
                โอ๋ๆ ไม่เป็นไรหรอกนะ นายเข้ากับคนเก่งออก ไทกะตบหัวโคจิเบาๆ
                ชั้นอยากอยู่กับพวกนายมากกว่านี่นา
                ก็เค้าแบ่งมาแบบนั้น คงจะทำอะไรไม่ได้ ไทกะเห็นใจ
                ไทจัง ....
                รู้สึกเหมือนอะไรๆมันวูบลงไป ทันทีที่ตารางมา และรู้ว่าตัวเองโดนแยกออกไป ใจหนึงก็รู้สึกว่าจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆจากคนอื่นที่เจนเวทีอยู่แล้ว อีกใจนึงก็กลัวตามไม่ทันเมื่อคนที่ร่วมแสดงด้วยต่างเป็นเข้าขั้นเทพทั้งนั้น ถอนหายใจอย่างหนักหน่วง แต่คนเราเกิดมาครั้งเดียวควรทำอะไรให้สุดๆ ฝั่งโน้นก็คงพยายามอยู่สินะ ฝั่งนี้ก็ควรพยายามเช่นกัน จะยอมแพ้ได้ยังงัย ไม่อยากเป็นตัวถ่วงใครและไม่อยากโดนทิ้งเอาไว้ข้างหลัง ต้องพยายามไปอยู่ข้างหน้าให้ได้ แม้ลำบากแค่ไหนก็ต้องพยายาม
                บทที่ต้องท่อง ท่าเต้นที่ต้องจำ เป็นอะไรที่ตัวเองไม่ถนัดเลยสักอย่าง คงต้องใช้เวลาฝึกฝนมากว่าคนอื่นๆ ความท้าทายมันทำให้อยากเอาชนะ เพราะสิ่งที่มีอยู่มันไม่สามารถทำให้เท่าเทียมกับคนอื่นได้ ถ้าผ่านตรงนี้ไปจะแกร่ง ให้กำลังใจตัวเองทำในสิ่งที่รักและจงรักในสิ่งที่ทำ นายทำได้เชื่อสิ ยูโกะ โคจิ

                ชั้นเห็นนายนั่งจ้องโทรศัพท์มาเป็นชั่วโมงแล้วนะ ไทกะอดพูดไม่ได้ วันนี้มีถ่ายละครเรื่องใหม่ด้วยกัน ไทกะดูล่ำขึ้นนิดหน่อย ส่วนเจสก็ดูสูงขึ้นกว่าเดิมแยะเลย..ช่วงพักเลยมานั่งคลายอารมณ์กันตรงใต้ต้นไม้ริมน้ำ
                ป่าวซะหน่อย เจสเก็บมันใส่กระเป๋า
                ถ้าหมอนั่นล่ะ กำลังพยายามเต็มที่เลยล่ะ ต้องเจอเทพทั้งแก๊ง ไทกะบอก เจสพยักหน้า โคจิเคยเกริ่นๆให้ฟังเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะหนักหนาสาหัสขนาดนั้น รู้แต่เพียงว่ากำลังพยายามทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัด ที่สำคัญต้องทำให้ได้เสียด้วย...
                ไทจัง ชั้นช่วยอะไรได้บ้างเนี่ย เจสถามน้ำเสียงจริงจัง
                นายไม่ต้องช่วยหรอก หมอนั่นทำได้อยู่แล้ว ชั้นเชื่อว่าหมอนั่นทำได้ ไทกะยืนยัน  เจสรู้สึกว่าตัวเองช่างอ่อนแอเสียนี่กระไร ไม่มั่นใจอะไรเลย ในขณะที่ไทกะยังเชื่อมั่นโคจิขนาดนั้น ภาวะนาให้โคจิผ่านมันไปด้วยดีเถอะนะ
                ลุคไทกะดูเหมือนผู้หญิง แต่คำพูดคำจาการแสดงออกนี่แมนกว่าใครในกลุ่ม เจสชอบไทกะตรงนี้โคจิเองก็เหมือนกันเลยทำให้สนิทสนมกับไทกะมากกว่าเพื่อนคนอื่นๆในก๊วน แต่บางครั้งเจสก็ออกงอนๆถ้าโคจิสนิทสนมกับไทกะมากว่า แต่ตอนนี้รู้สึกว่าดีแล้วที่มีไทกะอยู่ด้วย อย่างน้อยจะได้ไม่รู้สึกว่าถูกทิ้ง...
                พยายามเข้านะ...
                สู้ๆล่ะ
                แล้วมันจะผ่านไปได้ด้วยดี
                นายทำได้อยู่แล้ว .......
                ........................................
                ทุกข้อความที่ถูกส่งมา เข้มแข็งจังนะ ทั้งๆที่ตัวเองกำลังพยายามอยู่แท้ๆ ยังส่งข้อความมาเป็นกำลังใจให้เสมอ เวลาเหนื่อยหรือท้อ พอเห็นข้อความเหล่านั้นก็อดยิ้มออกมาไม่ได้..เวลาที่ไม่ตรงกัน ระยะทางที่ห่างกัน ทำได้ก็เพียงแค่นี้ เป็นกำลังใจให้เงียบๆทั้งๆที่อยากเจอใจจะขาด กลับถูกบอกว่า
                ชั้นไม่เข้มแข็งพอที่จะเจอหน้านายตอนนี้หรอกนะ แล้วเมื่อไหร่ถึงจะเข้มแข็งแล้วเมื่อไหร่ถึงจะได้เจอ ต้องรอไปอย่างนี้เรื่อยๆหรือไรกัน

                ทำไมนายยังตามหมอนั่นอยู่อีกล่ะ ทั้งๆที่เขาไปไกลขนาดนั้นแล้ว โฮคุรู้สึกหมั่นไส้เต็มแก่ เมื่อโคจิเอาแต่นั่งพิมพ์ข้อความในมือถือ
                ก็เป็นธรรมดาของเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ โคจิเงยหน้ามอง เพื่อนที่คบกันมาหลายปีคนนี้
                ไม่รู้สึก ชั้นก็แค่กลัวว่าเค้าจะกังวลเรื่อยนายจนไม่ยอมไปต่อ โฮคุยักไหล่ นี่เขาเป็นคนผิดเหรอที่ยังติดต่อหมอนั่นอยู่ ควรเลิกส่งโน่นนี่นั่นไปใช่ไหม
                นายไม่คิดเหรอว่ามันเป็นการกวนเค้า คำพูดจากปากโฮคุ ทำให้โคจินิ่ง มันก็จริงอย่างโฮคุว่า โคจิถอนหายใจเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า แต่ก็รู้สึกว่าหมอนี่เสียมารยาทชะมัดมาแอบมอง แต่ขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง..เหลือบมองนาฬิกา ป่านี้ยังไม่มีใครมาเลย..อัดรายการโชเนนเดือนละสองครั้ง ช่วงหลังๆก็แทบจะไม่ได้คุยกับเจสเลย วันนี้มาก่อนเวลาก็มาเจอหมอนี่อีก ข่าวที่ได้มามันไม่ค่อยดีนัก แต่ไม่อยากใส่ใจ พอมาเจออย่างนี้ก็พูดไม่ออกเหมือนกัน
                มีอะไรอยากคุยมากมาย สุดท้ายก็ไม่ได้คุย มีคนนัวเนียอยู่ตลอดเวลา ได้แต่ส่งผ่านไปทางสายตา แต่ไม่รู้ว่าคนๆนั้นจะเข้าใจความหมายหรือเปล่า เขามองผ่านไป ด้วยสีหน้าและแววตาที่เฉยชาเหลือเกิน..

                นายควรตั้งใจทำงานนะ โฮคุบอกเจสหน้าเครียด อยากให้งานเสร็จเร็วๆ ต้องมาเสียเวลากับการจำบทผิดๆถูกๆของเจส ก็รู้อยู่หรอกว่าหมอนี่พูดยาวๆไม่ค่อยได้ แต่นี่มันบ่อยเกินไปหรือเปล่า...
                รู้แล้วน่า ทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองผิด แต่ไม่เห็นจะมาตอกหน้ากันอย่างนี้เลยนี่นา คนยิ่งกลุ้มๆอยู่
                เออ หวังว่าคงไม่ต้องเท็คอีกนะ โฮคุพูดจบก็เดินจากไป ปล่อยให้เจสนั่งกุมขมับอยู่คนเดียว..แรงจูงใจมันไปไหนหมดนะ ทั้งๆที่ให้สัญญาไว้ว่าจะพยายามแท้ๆ 
               
                แรงกดดันที่อยู่รอบข้างทำให้เขาต้องพยามข้ามพ้นมันไปให้ได้ ไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไมถึงถูกแยกออกมาตรงนี้ ได้แต่ทำตามที่ได้รับมอบหมายมาไม่ให้ขาดตกบกพร่อง แม้จะต้องสูญเสียอะไรก็ไม่เสียใจหากมันเป็นอย่างนั้น..อยากก้าวไปพร้อมๆกับคนอื่นๆ ไม่อยากถูกทิ้งไว้เบื้องหลังแบบนี้ ขอเพียงอย่างเดียว ให้ใครบางคนเข้าใจเหตุผลที่ทำไปก็พอ

                เหนื่อยหน่อยนะ ไทกะเดินเข้ามาทัก ถึงแม้ไม่ใช่รอบตัวเองแต่ก็อยากแวะมาหา..
                ไทจัง โคจิโผเข้าไปกอด ไม่ได้เจอกันมาเกือบสองอาทิตย์แล้ว ต้องเล่นสลับกันแถมยังเป็นบทเดียวกันอีกตังหาก
                เป็นเด็กเลยนะนาย ไทกะหัวเราะ
                เจ้าหมอนั่นมันโหดมากเลย เล่นเอาชั้นน่วมไปหมด โคจิฟ้อง เจ้าหมอนั่นที่โคจิพูดถึงก็คือเพื่อนซี้ไทกะนั่นเอง ไทกะหัวเราะขำ ถึงแม้จะเป็นเพื่อนกันแต่ระดับความสามารถต่างกันเห็นๆ         ขนาดไทกะยังเทียบไม่ติด
                แต่นายก็ทำได้ใช่มั้ยล่ะ ไทกะหัวเราะ โคจิพยักหน้าแทนคำตอบ ตอนนี้ถ้าสามารถนอนได้ก็คงจะนอนมันตรงนี้แหละ แต่มันเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ แค่แรงจะก้าวขายังแทบไม่มีเลย
                ยังงัยก็ขอบคุณนะที่อุตส่าห์มาดู โคจิยิ้มจนตาหยี ไทกะพยักหน้า วันนี้ว่างเลยมีเวลามาดู อีกอย่างพรุ่งนี้เป็นวันหยุด ไม่ต้องตื่นเช้า..โคจิเองก็คงต้องการกำลังใจ เพราะเพื่อนๆในก๊วนไม่มีใครแวะมาเลย ชิน จูริ โฮคุคงไม่มาแน่ๆ เจสติดถ่ายละครสองเรื่องปลีกตัวมาไม่ได้เช่นกัน คงมีแต่เขาที่สามารถแวะเวียนมาได้..โคจิดูตัวหนาขึ้นกว่าเดิม ผมถูกตัดสั้นขึ้น หน้าเด็กลงกว่าตอนตอนครั้งแรกเสียอีก
                ไทจัง มาดูคู่แข่งเหรอ เจ้าของเสียงที่ไทกะคุ้นเคยเป็นอย่างดี ชิมาคาเคะ ริวยะ....
                มาเยี่ยมเพื่อนเว้ย ไทกะ หันไปมองต้นเสียง ชิเมะยืนยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่ไม่ห่างนัก
                ไอ้เราดีใจนึกว่ามาดู ชิเมะแกล้งทำตาละห้อย
                ใครจะมาดูนาย ไทกะรีบบอกทันที
                ใจร้ายชะมัด ชิเมะแกล้งร้องไห้
                ร้องไปเลย ไปเหอะโคจิ พูดจบก็คว้าคอโคจิเดินจากไป ปล่อยชิเมะหัวเราะขำๆ อาการแบบนี้เห็นจนชิน ไทกะกำลังเขิน
                ปล่อยไว้แบบนั้นจะดีเหรอ โคจิถามเบาๆ
                ดีสิ ไทกะบอกเสียงเบาหวิว..
               
                แยกกับไทกะที่สถานี..ต้องเปลี่ยนสายรถไฟ ยามนี้อยากนั่งแท็กซี่กลับมากว่า แทบไม่มีแรงก้าวขาเลยทีเดียว ยืนรอรถอยู่หลายนาที กำลังจะขึ้นรถก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นใครบางคนวิ่งพรวดเข้ามาก่อน..เขาเดินมาเข้ามานั่งข้างๆ ใบหน้าที่คุ้นเคย รอยยิ้ที่คุ้นเคย
                นายจะไปไหน โคจิถามงงๆ
                ชั้นจะไปค้างบ้านนาย เจสยิ้มบางๆ พรุ่งนี้ไม่มีงานเช้า และตัวเองก็บอกที่บ้านเอาไว้แล้ว
                อะไรนะ นายไม่บอกล่วงหน้า โคจิเกาหัวแกรกๆ
                ไม่เห็นเป็นไรนี่ ชั้นบอกทีบ้านไว้แล้ว เจสชูกระเป๋าใบเล็กให้ดู นี่คงเตรียมตัวมาเต็มที่ ไม่นึกถึงความสะดวกของโคจิเลยสักนิด
                พรุ่งนี้ชั้นมีงาน โคจิบอก จะไล่กลับตอนนี้ก็คงไม่ได้แล้วสิ
                อื้อ ชั้นแค่อยากเจอนาย เจสยิ้ม
                ไอ้เด็กเอาแต่ใจเอ้ย โคจิส่ายหัว ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เพราะตอนนี้ไม่มีเรี่ยวแรงเหลือแล้ว พอพิงพนักก็เผลอหลับผล๋อยไปเลย เจสมองผ่านกระจกฝั่งตรงกันข้าม คิดถูกแล้วสินะที่แวะมาหา  เมื่อโคจิไม่มีความกล้าจะมาเจอ เขาขอเป็นฝ่ายมาเจอเองก็ได้ หากมีเวลาจะรีบมาหาทันที
               
                ตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน..เจสยอมรับว่าหนุ่มคนนี้เข้าไปมีบทบาทในหัวใจตัวเองเสียแล้ว ทุกนาทีที่เจอกันและทำงานด้วยกันความรู้สึกเหล่านั้นมันยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งวันนี้ สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าจะไม่ยอมปล่อยมือจากเขา ถึงแม้เขาจะไม่สามารถเดินขึ้นมาให้เท่าเทียมกับเขาได้ สิ่งที่โคจิเป็นนั่นคือสิ่งที่เจสรัก

                ถึงแล้วนะ เจสกระซิบ โคจิงัวเงียตื่น ไม่อยากจะลุกเลยจริงๆ ลงจากรถไฟ เดินต่อเข้าไปที่บ้าน ตอนนี้โคจิอยากถึงบ้านให้เร็วที่สุด...เจอคุณแม่ยืนยิ้มต้อนรับอยู่ พอเห็นเจสก็ทำท่าดีใจเพราะโคจิไม่ค่อยมาเพื่อนมาค้างที่บ้านเท่าไหร่ แถมทั้งบ้านก็ถูกใจเจส แม่ชอบเจส บอกว่าเจสหล่อแสดงละครเก่ง โคจิเลยปล่อยให้เจสเม้าส์กับแม่ส่วนตัวเองก็ไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน ไม่ไหวจริงๆหนักหนาสาหัสกว่าการแข่งฟุตบอลเสียอีก
                นายนอนพื้นหรือเตียง โคจิถามตามมารยาท อย่างน้อยเจสก็เป็นแขก(ฝรั่ง)
                ชั้นนอนพื้นแล้วกัน เจสรู้ดีว่าตอนนี้โคจิอยากนอนสบายๆ
                อึ่ม งั้นชั้นนอนก่อนนะไม่ไหวแล้ว ที่เหลือตามสบายนะ พอล้มตัวโคจิก็หลับคร่อก เจสส่ายหน้ายิ้มๆ เหมือนเด็กไม่มีผิด กวาดสายตามองรอบห้อง ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ห้องผู้ชายที่ถูกตกแต่งด้วยสีเย็นตา นั่งมองใบหน้าโคจิตอนหลับ..เป็นภาพที่ไม่มีโอกาสได้เห็นบ่อยๆ พระเจ้าน่ารักจริงๆ แล้วอย่างนี้จะให้เจสหลับลงได้ยังงัย
               
                เสียงลมหายใจแผ่วเบาในความมืดท่ามกลางแสงจันทร์สลัว ลมพัดม่านหน้าต่างพลิ้วไหว..เจสยังคงนั่งอยู่ตรงที่เดิม ใบหน้ายามหลับใหลของคนที่อยู่บนเตียงทำให้เจสอยากเก็บมันเอาไว้ให้นานที่สุด
                อยากเป็นคู่หูที่มีคนพูดถึงและจดจำมากที่สุด ถึงแม้จะดูเหมือนเป็นคำพูดเล่นๆ ที่พูดเอาไว้ตอนร่วมแสดงร่วมกันครั้งแรก แต่มันเป็นคำพูดที่ทำให้เขาอยากทำให้เป็นจริง ทั้งในจอและในชีวิตจริง เขาอาจเป็นแค่เด็กที่โตแต่ตัว สิ่งหนึ่งที่อยากทำคือปกป้องคนๆนี้เอาไว้..รอยยิ้มที่เขารัก..หัวใจที่แสนอบอุ่น...จะรักษาเอาไว้อย่างดี

                เมื่อคืนไม่ได้นอนหรืองัยโฮคุเอ่ยถาม เมื่อเห็นเจสเอาแต่หาวหวอดๆ
                นิดหน่อย เจสซี่ยักไหล่ รู้สึกแปลกใจที่จู่ๆโฮคุเข้ามาคุยดีๆด้วย หรือจะลดบาเรียลงแล้ว รู้สึกเดาทางไม่ถูกจริงๆ
                ระวังสุขภาพล่ะ ช่วงนี้งานแยะด้วย โฮคุนั่งลงข้างๆ ค่อยดูเหมือนเป็นคนที่ร่วมงานกันมาแยะหน่อย ทุกวันต่างคนต่างนั่งมันเหมือนคนแปลกหน้างัยงั้น
                เดี๋ยวมีถ่ายแม็คอีก เจสหยิบตารางขึ้นมาดู
                อึ่ม สามเล่ม แค่คิดก็มึนล่ะ โฮคุพ่น
                จะได้เจอพวกนั้นมั้ยนะ เจสพูดลอยๆ โฮคุไม่ตอบได้แต่เหลือบมอง จะเจอหรือไม่เจอมันไม่สำคัญสำหรับเขาหรอก เพราะตอนนี้ก็แทบไม่ได้เจออยู่แล้ว..หลังจากอิคเนอร์ใครบางคน เขาก็ไม่อยากเข้าไปร่วมวงด้วย ไม่มีเหตุผลอะไรหรอก เพียงแต่มันไม่มีประโยชน์ที่จะทำเท่านั้นเอง
                เลิกแล้วไปหาอะไรกินกันมั้ย จู่ๆก็ชวน
                เอาสิ ไม่ติดอะไรอยู่แล้ว เจสพยักหน้าเพราะเพิ่งแยกกับโคจิเมื่อเช้า จะไปหาตอนเย็นมันก็กะไรอยู่ แล้วหมอนั่นก็อยู่บนเวทีไม่รู้ว่าจะได้เจอกันหรือเปล่า..อย่างน้อยก็ไปปลดปล่อยอารมณ์บ้าง ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนกับโฮคุด้วย
                เหมือนจะเป็นข้ออ้าง แต่จริงๆแล้วเหงา ยิ่งอยุ่คนเดียวยิ่งฟุ้งซ่าน ช่วงปิดเทอมหน้าร้อนก็เอาแต่โหมงาน ก็เด็กมอปลายนี่นะไม่มีเวลาว่างอะไรมากมาย เปิดเทอมทีงานก็เลยถาโถมเข้ามา
                .
                .
                จบลงไปอีกวัน..โชคดีที่ไม่มีอุปสรรคอะไรเลย การเต้น การร้อง การพูดดูเหมือนจะลงตัวขึ้น มิเสียแรงที่ขยันและอดทนฝึกฝน..อาบน้ำเสร็จก็มานั่งพักเหนื่อย พรุ่งนี้ได้หยุดหนึ่งวันและไม่มีเรียน แต่มีอัดโชเนนตอนค่ำ อย่างน้อยก็นอนตื่นสายได้
                วันนี้แสดงดีมากเลยนะ ขวดชาเย็นๆถูกยื่นให้
                ไทจัง วันนี้มาอีกเหรอ โคจิเอื้อมมือไปรับชามาเปิดดื่ม
                อื้อ มาศึกษา คนที่แสดงอันเดียวกัน ไทกะหัวเราะ
                ชั้นคงสู้ไทจังไม่ได้หรอก โคจิยิ้ม
                ชั้นว่านายเก่งออก ไทกะชมจากใจ คำชมทำให้โคจิหน้าบาน ได้เจอไทกะรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้ถูกทิ้ง ทั้งๆที่มีเพื่อนแยะแต่คนที่แวะเวียนมาดูอยู่เสมอกลายเป็นไทกะ คนที่เข้ากับคนอื่นได้ยาก
                โหโดนนายชมนี่อย่างเขินเลย โคจิหัวเราะขำๆ
                ชั้นพูดจริงๆ นายพยายามจะชั้นแบบ จะพูดงัยดีล่ะ ไทกะไม่รู้จะอธิบายยังงัย
                อึ่มๆ เอาเป็นว่าเข้าใจ โคจิพยักหน้า
                นายกินอะไรมาหรือยัง ไปกินอะไรกันมั้ย เดี๋ยวชั้นเลี้ยงเอง ตอบแทนที่มาดูอยู่เสมอ โคจิเตรียมเก็บของ
                เย้ ลักกี้ ไทกะยิ้มเหมือนเด็ก โคจิหัวเราะขำๆ เก็บของเสร็จปิดไฟในห้องแล้วเดินนำออกไปจากโรงละคร..ยังมีแฟนๆยืนอยู่ประปราย..ทักทายกันเป็นระยะๆ..เดินทอดน่องไปตามถนนสายเล็ก..กลิ่นโคโลญอ่อนๆลอยมาแตะจมูก กลิ่นสปอร์ตๆเฉพาะตัวที่โคจิใช้อยู่เป็นประจำ..ไทกะอมยิ้ม แฟนๆเรียกโคจิว่าเป็นไอดอลคนธรรมดา เพราะโคจิไม่ชอบใช้ของแบรนเนม ชอบซื้อเสื้อผ้ามือสองมารีเม็คตามแบบที่ตัวเองชอบ ชอบกินบะหมี่ข้างทาง ไม่สนใจความเนียบของตัวเอง ซึ่งคล้ายๆกับตัวเขา
                วันนี้ขอข้าวนะไทจัง หิวมาเลย โคจิยืนอยู่หน้าร้านข้าว
                ตามใจสิ นายเป็นเจ้ามือนี่ ไทกะพยักหน้า
                งั้นร้านนี้นะ โคจิเดินนำเข้าไม่ในร้าน ไม่หันมาถามไทกะสักคำ สอดส่ายสายตาหาโตะว่า ได้โตะตรงมุมร้าน เงียบสงบ สั่งทงคัตสึมาคนละชาม กับชาเขียวเย็นๆ รู้สึกหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
                บังเอิญเกินไปหรือเปล่าหรือความจงใจมันทำให้บังเอิญ...เจสซี่กับโฮคุเดินเข้ามาในร้าน พอเห็นสองหนุ่มนั่งคุยกันอย่างสนิทสนมก็เดินตรงเข้ามาหา สีหน้าเจสดีเครียดขึ้นทันที ในขณะที่โฮคุยิ้มร่า
                อ้าวพวกนาย นั่งๆ โคจิทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
                บังเอิญชะมัด ไทกะหัวเราะ
                ก็หมอนี่บอกแถวนี้มีร้านข้าวอร่อย โฮคุชี้ไปที่เจส      
                อ้อ ไทกะพยักหน้า
                สั่งเลยๆสั่ง พวกนายกินอะไรกัน โคจิยื่นเมนูให้ เจสรับเมนูมาเปิด และสั่งแบบเดียวกับโคจิ ส่วนโฮคุสั่งคัสสึด้ง..ไม่กี่นาทีอาหารก็ถูกเสิร์ฟที่โตะ สามหนุ่มคุยกันอย่างสนุกสนานตามประสาคนที่นานๆเจอกันที ในขณะที่เจสเอาแต่เงียบ ถามคำตอบคำ ก็เลยไม่มีใครสนใจ
                ...
                ...
                โฮคุกลับไปแล้ว โคจิก็ขึ้นรถไฟไปเมื่อครู่ เหลือแต่ไทกะกับเจสที่กลับทางเดียวกัน..เจสแอบมองไทกะเงียบๆ หล่อจริงๆเลยนะแถมยังเป็นผู้ใหญ่อีกด้วย ไม่ว่าใครก็รักไทกะ อยากดูแลไทกะ
                เป็นอะไรหรือเปล่า ไทกะเอ่ยถาม เมื่อเห็นเจสเงียบไป
                ไทจัง...เอ่อ เจสตะกุกตะกัก
                อะไร ไทกะทำหน้าแปลกใจ
                อย่าเอาโคจิไปเลยนะ ชั้นขอร้อง เจสบอกเสียงสั่น
                นายเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ไทกะเสียงสูง
                อย่าปฏิเสธเลย ทั้งชิน ทั้งโฮคุเล่าให้ฟังหมดแล้ว ชั้นไม่เคยสนใจ แต่วันนี้... เจสเงียบไป
                บ้าไปแล้ว ชั้นกับโคจิเป็นเพื่อนกันนะ แล้วชั้นก็ไม่เคยคิดอะไรแบบนั้น ไทกะอธิบาย
                แต่ๆ.. เจสรู้สึกสับสน
                เจส ก่อนที่นายจะเชื่อตำพูดของคนอื่น นายควรถามจากปากโคจิเอง นายไม่มั่นใจโคจิเหรอ ไทกะย้อนถาม
                ก็ชั้นไม่กล้า เจสอธิบาย
                หาเวลาคุยกันนะ ชั้นกับหมอนั่นเป็นเพื่อนกันจริงๆ ไทกะยืนยัน เจสพยักหน้า ควรถามโคจิเหรอ แล้วคำตอบล่ะ เจสกลัวที่จะรู้คำตอบ
                ทำไมหมอนั่นมากับโฮคุ ทั้งๆที่เคยบ่นเรื่องโฮคุให้ฟังอยู่เสมอ หรือว่าสนิทกันแล้ว ก็ดีนะทำงานร่วมกันบ่อยๆ มันก็ต้องสนิทกันเป็นธรรมดา..ธรรมดาสินะ..เลิกคิดฟุ้งซ่านนอนดีกว่า พักเอาแรงพรุ่งนี้ค่อยคิด....
               
                ปิ๊บ ปิ๊บ ข้อความเข้า ค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ เปิดข้อความดู
                ยังไม่หลับใช่ไหม...ถอนหายใจนิดนึง ก่อนพิมพ์ข้อความส่งไป แป๊บเดียวก็มีข้อความเข้ามา
                รั้วบ้าน ทันทีที่อ่านจบก็รีบพรวดไปทีหน้าต่าง ชะโงกหน้าออกไปเห็นเจ้าเด็กยักษ์ยืนโบกมือให้อยู่ โคจิรีบวิ่งลงไปข้างล่าง เปิดประตูให้เจสเข้ามาด้านใน
                มันดึกแล้วนะ โคจิบ่น ตบหัวคนตัวสูงเบาๆสองที คนมาเยือนทำหน้าละห้อย ลากแขนขึ้นไปบนห้อง..นอนกันหมดแล้ว ยังคงเหลือโคจิที่นอนไม่หลับ
                ชั้นไม่อยากให้นายเข้าใจผิด เจสบอกเสียงอ่อน
                เรื่อง โคจิทำไก๋
                ชั้นกับโฮคุ เจสจับมือโคจิเอาไว้
                อะ ชั้นไม่ได้คิดอะไร โคจิยิ้ม มืออีกข้างลูบหัวเจสเบาๆ เจสนั่งอยู่บนเตียงในขณะที่โคจิยืนอยู่ข้างหน้า เจสปล่อยมือดึงโคจิเข้ามากอด โคจิตกใจนิดนึงก่อนจะกอดหัวเจ้าเด็กยักษ์เอาไว้
                ชั้นรักนายนะ ต่อให้นายชอบไทกะ ชั้นก็ไม่สนใจ เจสบอกน้ำเสียงจริงจัง
                นายนี่ไม่เคยฟังชั้นเลยนะ ชั้นไม่เคยคิดอะไรกับไทกะแบบนั้นซะหน่อย  โคจิตบหัวเจสเบาๆ
                ถึงนายจะมองว่าชั้นเป็นเด็กชั้นก็ไม่สนใจ ขอแค่ให้ชั้นได้อยู่ใกล้ๆนายก็พอ เหมือนความรู้สึกที่กักเก็บเอาไว้มันทะลักล้น
                เจ้าเด็กบ้าเอ้ย โคจิพูดแค่นั้น ค่อยๆประทับริมฝีปากกับผมสีน้ำตาลนุ่มของเจส โดยที่เจ้าตัวไม่รู้อะไรเลย
                ชั้นอยู่ใกล้ๆนายเสมอ ยามนายท้อ หรือไม่มีใคร นายกลับมาหาชั้นได้เสมอ โคจิกระซิบข้างๆหู
                ........ห้ามคืนคำนะ
                อึ่ม..เจสกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ส่งผ่านความรู้สึกไปทางอ้อมกอด โคจิรับรู้ ไม่มีคำพูดไดๆหลุดมาจากปากทั้งคู่ เส้นทางที่ต้องก้าวเดินยังทอดอยู่ข้างหน้า ยาวสุดลูกหูลูกตา ต่างคนต่างมีสิ่งที่ต้องทำ แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาอันน้อยนิดที่ได้อยู่ด้วยกัน มันเปรียบเสมือนสิ่งล้ำค่าที่ไม่อยากเสียไป....
เสียงล้มพัดผ่านช่องหน้าต่างราวกับรับรู้ความรู้สึกของทั้งคู่ในค่ำคืนนี้ ..ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น ต่างคนต่างผ่านคำสัญญามาทางไออุ่นที่มีให้แก่กัน
ระหว่างเรา ไม่ต้องมีคำพูดใดๆ แค่สายตาที่ส่งผ่านมาก็ทำให้รู้ว่าไม่มีอะไรมาแยกให้ออกจากกันได้ แม้แต่ระยะทางและกาลเวลา....


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น