หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2556

ห่างไกล4




บทสุดท้าย..............
ชั้นกำลังจะได้แสดงละคร กับพวกจูริและจูเนียอื่นๆ เสียงใสๆ บอกในเย็นวันหนึ่ง
                งั้นก้ต้องแยกกลุ่มล่ะสิ เสียงโชโพลงขึ้น เพราะอยู่ด้วยกันมานาน ความผูกพันมันมากมายเหลือเกิน การแยกกลุ่มเป็นสิ่งที่แต่ละคนกลัว กลัวจะรุ่งและกลัวจะร่วง นอกจากนี้เวลาที่เจอกันก็น้อยลง และอาจจะไม่ได้เจอกันเลยนอกเสียจากจะบังเอิญจริงได้ทำงานร่วมกัน เพราะที่นี่มีเด็กๆเป็นพัน
            ไม่เป็นไรหรอกนะ ยังงัยซะพวกเราก็เจอกันที่บริษัทอยู่แล้ว เขาพยายามบังคับเสียงให้เป็นปกติที่สุด เพราะตอนนี้ข้างในมันกำลังร้องไห้ แม้จะยิ้มอย่างลำบากยากเย็นแต่ก็พยายามจะยิ้มเพื่อให้คนที่ก้าวไปได้ไกลกว่าได้มีกำลังใจที่จะก้าวเดิน
            พี่ฮะ ไทกะเรียก หลังจากที่นัดกกันวันนี้จะไปกินแหม็คก่อนกลับบ้านเหมือนเคย ยังไม่ถึงร้านแม็คไทกะก็เรียกให้หยูดเสียก่อน  
                อะไรเหรอ ยาซุยหันไปมองงงๆ
                ผมจะย้ายกลุ่มแล้ว เลยอยากคุยกับพี่ให้ชัดเจนน่ะฮะ จู่ๆไทกะก็ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ขึ้น
                ชัดเจน ยาซุยเริ่มงง
                ฮะ ผมเคยบอกว่าผมชอบพี่ใช่ไหมฮะ ไทกะถอนหายใจโล่งออกเมื่อได้พูดสิ่งที่คิดออกไป
                พี่ก็ชอบนายน้า น้องชาย ยาซุยหัวเรา
                ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ผมชอบพี่ชอบแบบคนรักไม่ใช่พี่กับน้อง ไทกะเสียงเครียด ยาซุยตกใจกับคำพูดที่ได้ยินและในขณะเดียวกันก็ดีใจกับความรู้สึกที่ไทกะมีให้..เพียงแต่
                พี่ดีใจนะ ที่ไทกะคิดอย่างนั้น แต่ตอนนี้เราต่างคนต่างมีหน้าที่ๆต้องรับผิดชอบ ไทกะเองก็ต้องไปเรียนรู้อะไรใหม่ๆ อย่าเอาเวลามาเสียกับเรื่องอย่างนี้เลย ปากพูดไปแต่ใจเจ็บลึก ไม่ทันที่เขาจะพูดจบน้ำตาใสๆก็ไหลออกมาจากตาสวยของไทกะ ยาซุยตกใจเอื้อมมือจะเช็ดน้ำตาให้แต่โดนไทกะปัดมือออก
                ผมนึกว่าพี่คิดเหมือนกับผม เมื่อพี่ไม่คิด พี่มาดีกับผมทำไม ผมเกลียดพี่ ไทกะพูดจบก็วิ่งหนีไป ยาซุยไม่รู้หรอกว่าคำพูดประโยคนั้นมันคือคำพูดปฏิเสธความรู้สึกของไทกะอย่างเลือดเย็น ไทกะหวังว่าจะได้รับการตอบรับความรู้สึกของเขาด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะต้องแยกกัน  อย่ามาเสียเวลาอย่างนั้นเหรอ การที่คบกับเขามันคือการเสียเวลาอย่างนั้นเหรอ....งั้นที่ผ่านมาคือการเสียเวลาสินะ
                ไทกะกลับถึงบ้านก็หมกตัวอยู่ในห้อง ปิดโทรศัพท์  แค่เห็นยาซุยดีด้วยก็คิดว่าเขามีใจเสียแล้ว บ้าชะมัด ลืมมันซะ ยังงัยพรุ่งนี้ก็ไม่เจอหน้ากันแล้ว คืนนี้ร้องให้พอแล้วลืม...ไทกะบอกกับตัวเอง
            ยาซุยพยายามติดต่อไทกะ ไม่ว่าจะทางไหนก็ดูเหมือนจะถูกปฏิเสธหมด ไปรอที่หน้าบ้านก็ไม่เจอ เพราะไทกะเริ่มถ่ายละครแล้ว แถมยังกลับไม่เป็นเวลา ได้แต่ฝากโน้ตเอาไว้ในตุ้จดหมาย แต่ไม่เคยได้รับคำตอบเลยแม้แต่ครั้งเดียว
........................................
คืนแล้วคืนเล่าที่ไม่ได้เจอเธอ
                แต่รอยยิ้มของเธอกลับเต็มขึ้นมาในอก
                อาจจะเป็นเพียงคำพูดธรรมดา
                ที่ทำให้เธอต้องเสียน้ำตาอีกครั้ง
เสียงดังเซ็งแซ่เมื่อเข้าผลักประตูเข้าไปด้านใน ทั้งที่คิดว่าตัวเองมาเช้าแล้ว แต่ก็ยังมาสายกว่าพวกบากะแก๊ง  พวกเขาอยู่กันครบทีม แต่ละคนดูสูงขึ้น แถมยังเล่นหัวกันอย่างสนิทสนม สายตาของเขาจับจ้องไปที่ไทกะ เขาผอมลงและสูงขึ้นกว่าเดิมมาก ถัดมาก็โฮคุโตะเขายืนโอบไหล่ไทกะอยู่
                รุ่นพี่ หวัดดีครับ โคจิโค้งให้ ทันทีที่หันมาเห็นยาซุย
                หวัดดีครับ ที่เหลือประสานเสียงกัน ไทกะเองไม่ได้ทักทายแต่โค้งให้เหมือนกับคนอื่นๆ
                อะไรกัน ทำเป็นคนอื่นคนไกลไปได้  ยาซุยยิ้มบางๆ
                ไม่เจอกันนานเลยครับ สบายดีไหมครับ จูริเดินเข้ามาหา
                สบายดี ดูพวกนายสนิทกันดีนี่นะ ยาซุยเดินเข้ามาใกล้ๆ
                ฮะ ถ่ายละครถ่ายหนัง เล่นคอน พอมีเวลาก็ไปเที่ยวด้วยกัน โคจิรายงาน
                อื้อ ดีจัง งั้นตามสบายนะ ชั้นไปเช็คชื่อก่อน เขายิ้มบางๆ เหลือบไปมองไทกะแว๊บนึง แต่ดูเหมือนว่าฝ่ายนั้นจะไม่ได้สนใจอะไร ได้แต่เล่นหัวกับโฮคุโตะอย่างสนุกสนาน ..ความรู้สึกตอนนี้อยากไปไกลจากตรงนี้มากที่สุด
                เขาเดินจากไปเงียบๆ สิ่งที่คาดหวังว่าได้เจอกันแล้วทักทายเล่นหัวเหมือนเดิมมันเป็นแค่สิ่งที่ผ่านไปแล้วราวกับสายลม รู้สึกเจ็บแปลบอยู่ข้างในลึกๆ แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของฝ่ายโน้นไม่ใช่เหรอ ในเมื่อเขาเลือกที่จะให้มันเป็นอย่างนี้เอง
            เขากลับมาถึงบ้าน..รู้สึกเหนื่อยล้าเอามากๆ วันนี้มีคอนเสิร์ตแค่สองรอบแต่มันก็ผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดีทีเดียว  ดื่มนมรองท้องเสร็จก็ทิ้งตัวลงนอนอย่างไร้เรี่ยวแรง พรุ่งนี้ต้องพยายามอีกวัน ขอให้พุ่งนี้เป็นวันที่ดีเถอะนะ
………………………………………………….
                เขานั่งอยู่ตรงนี้ ขณะที่ไทกะกับเพื่อนๆนั่งอยู่ข้างหน้า โฮคุโตะยังคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง เขาพยายามเบือนหน้าหนี ไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้น               
                ลืมมันไปเถอะนะ โชเอื้อมมือมาตบไหล่เขาเบาๆ ในกลุ่มเดิมใครๆก็รู้กันทั้งนั้นว่ายาซุยรู้สึกกับไทกะมากกว่าคำว่าเพื่อน จนกระทั่งไทกะย้ายกลุ่ม คนที่เสียใจที่สุดคือตัวยะซุยเอง วันที่แยกกันไทกะเองก็ถามความรู้สึกของยาซุยอย่างชัดเจน แต่เขาเลือกที่ปฏิเสธ อย่างน้อยการเป็นเพื่อนกันมันน่าจะทำให้พวกเขาคบกันได้นานกว่าและดีกว่า แต่จนถึงวันนี้ เขาเสียใจที่พูดออกไปอย่างนั้นเพราะวันนี้แม้แต่คำว่าเพื่อนสนิทยังไม่มีอีกแล้ว สมน้ำหน้าตัวเองเหลือเกิน
                นายอยากร้องไห้ไหม โซถามตรงๆ เพราะรู้ดีว่ายาซุยเจ็บปวดแค่ไหนกับคำตอบที่ตัวเองเลือก
                ถ้าฉันร้องไห้ ฉันจะดูเป็นคนอ่อนแอไหม ยาซุยถามเสียงสั่น
                ไม่หรอก คนเราเจ็บก็ต้องร้อง เก็บไว้มันทรมาน โซบีบแขนยาซุยเบาๆ
                อื้อ ยาซุยซบหน้ากับแขนตัวเอง ปล่อยน้ำตาให้รินไหล เสียงสะอื้นที่ดังออกมาอย่างแผ่วเบา โซยังนั่งอยู่ข้างๆเงียบๆ ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาจากปาก  ปล่อยให้เพื่อนตัวเล็กข้างๆระบายความเจ็บปวดออกมาเป็นหยดน้ำตา เขาได้แต่หวังว่าพรุ่งนี้เพื่อนคนนี้จะกลับมาเป็นเพื่อนที่ร่าเริงสดใสเหมือนเดิม  



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น