2.ก็แค่
“อรุณสวัสดิ์ทุกคน”
ยาซุยเดินเข้ามาในห้องซ้อม เพื่อนส่วนใหญ่มากันแต่เช้า วันนี้มีอัดรายการโชเนนคลับ
พวกเขาจะได้ขึ้นเวทีในนามของไทกะกรุ๊ปเป็นครั้งแรกเลยพากันตื่นเต้น
ถึงแม้จะไม่ใช่การขึ้นเวทีครั้งแรกของแต่ละคนก็ตามที
อะไรๆมันเหมือนการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
“ไทกะ
นาอกำลังกินอะไรอยู่น่ะ “
ยาซุยเอ่ยถามเมื่อเห็นไทกะนั่งตักสิ่งที่อยู่ในกล่องใส่ปากอย่างอเร็ดอร่อยอยู่หน้ากระจก “หัวไซเท้าขูดผสมน้ำผ้ง
กินมั้ย “ ไทกะยื่นกล่องให้
“เหอะไรกันชั้นได้ความรู้ใหม่นะเนี่ย
เห้นกระต่ายชอบกินแครอท แต่นี่เสือชอบกินไชเท้า “ยาซุยหัวเราะ
“ก็มันดีต่อเสียงชั้นนี่”
ไทกะย่นคิ้ว ยาซุยพยักหน้า เป็นคนที่ดูแลเสียงตัวเองเป็นอย่างดีจริงๆน้า
ตอนนี้ยาซุยเลยได้รู้จักไทกะเพิ่มขึ้นอีกนิด
ทุกครั้งก่อนขึ้นเวทีไทกะจะต้องกินไซเท้าขูเด
เสียงหวานๆกังวานแบบนั้นสมเป็นไทกะจริงๆ
การแสดงครั้งแรกผ่านได้ด้วยดี
..ตอนนี้ยาซุยกับไทกะเป็นคู่ดูโอ้ที่ขึ้นร้องเพลงด้วยกันบนเวทีโชเนนแทบทุกเทป
แม้จะเป็นเพลงสั้นๆ นั่นหมายถึงการก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวในฐานะจูเนียร์
ไม่มีใครอยากอยู่ข้างหลังหรือเป็นแบ็คตลอด
แต่ละคนพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ได้อยู่ข้างหน้า หรือได้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด
ตอนนี้เขาสองคนออกไปอยุ่ณ.จุดนั้นแล้ว
เพื่อนในกลุ่มเดียวกันก็ได้ขึ้นเวทีพร้อมกับพวกเขา ได้ช่วยกันร้องประสานเสียงบ้าง
เต้นด้วยกันบ้าง เรียกได้ว่าทีมนี้เริ่มคุ้นสายตาของแฟนๆรายการเป็นอย่างดี
งานอื่นๆก็เริ่มแยะขึ้น ได้ถ่ายแบบตามนิตยสารบ้างประปราย เป็นการเริ่มต้นที่ดีทีเดียว
วันนี้พวกเยามาซ้อมกันตามปกติ ทุกคนมาพร้อมกันแล้ว
ขาดแต่ไทกะที่สายในนี้แล้วยังไม่มา จนเพื่อนๆอดเป็นห่วงไม่ได้
เพราะทีมนี้ไทกะคือเมน ถ้าขนาดไปคงไม่สนุกแน่ๆ
“ยาซุย
ยาซุยคุง อยุ่มั้ย” สต๊าฟคนหนึ่งเดินเข้ามาเรียก
“ครับๆ”
ยาซุยเดินเข้ามาหาสต๊าฟ
“วันนี้งดซ้อมนะ
ช่วยไปรับเคียวโมะโตะที่โรงพยาบาลที นี่ที่อยู่
พอดีไม่มีใครว่างเลย” สต๊าฟยื่นกระดาษจดที่อยู่ให้
“โรงพยาบาล
ไทกะเป็นอะไรเหรอฮะ” คิชิถามขึ้นเป็นคนแรก
“ไม่มีอะรไรหรอก
แค่นอนไม่พอ” สต๊าฟบอก “วานทีนะยาซุยคุง
“ หันมาบอกยิ้มๆ
ยาซุยพยักหน้าแล้วเดินไปเก็บสัมภาระไปที่โรงพยาบาลทันที
ตอนนี้อยากถามโน่นนี่นั่นมากมายไปหมด แต่กลัวจะเสียเวล
เพราะสต๊าฟก็บอกเองว่าไม่เป็นอะไรมาก ไว้ไปถึงที่โน่นก็รู้เองนั่นแหละ
ที่โรงพยาบาล
พยาบาลพายาซุยไปที่ห้องตรวจ
ไทกกะกำลังนั่งคุยกับคุณหมออยู่ เธอเคาะผนังห้องอยุ่สองสามที ไทกะหน้าตาซีดเวียว
ใบหน้าขาวเนียนนั่นแทบไม่มีเลือดฝาดเลย
“คุณหมอคะมีคนมารับแล้วค่ะ”
“อึ่ม
ไม่เป็นไรแล้วนะ เดี๋ยวก็เป็นปกติแล้วล่ะ”
คุณหมอเอื้อมมือมาตบไกลไทกะเบาๆ
“คุณหมอครับไทกะเป็นอะไรเหรอฮะ
“ ยาซุยโพลงถามขึ้น เพราะอึดอัดมาตั้งแต่ตอนที่สต๊าฟบอกให้มารับแล้ว
มาถึงตรงนี้ก็อยากจะรู้ว่าเพื่อนคู่หูเป็นอะไร
“ไม่มีอะไรหรอก
เด็กกำลังโตเลยปวดกระดูก พอปวดมากเลยนอนไม่พอ”
คุณหมอยิ้ม
“เป็นกันแยะกับเด้กที่สูงพรวดพราด”
คุณหมอหันไปส่งใบสั่งยาให้ไทกะ
ยาซุยถอนหายใจโล่งอก
“ เมื่อคืนไม่ได้นอน”
ไทกะบอกเสียงอ่อย
“ฉีดยาแล้ว
เดี๋ยวก็ดีขึ้น ถ้าเริ่มปวดก็กินยาที่จัดให้นะ
ส่วนเรื่องซ้อมก็ระวังๆนิดนึงแล้วกัน” คุณหมอเตือน ทั้งคู่ขอบคุและล่ำลาคุณหมดเสร็จก็กลับกันทันที
ไทกะท่าทางอิดโดยเอามากๆ
ยาซุยต้องถือกระเป๋าให้ เวลาเดินลงบันไดก็ต้องคอยพยุง
“กลับแท็กซี่นะ”
ยาซุยเป็นห่วง
“ไม่เอาฮะ
กลับรถไฟดีกว่า” ไทกะยืนยัน
ยาซุยเลยตามใจคนป่วยพาไปนั่งรถไฟกลับ ดีที่สายแล้วรถเลยโล่ง
พอขึ้นปุ๊บก็ได้นั่งปั๊บ ไทกะเพงนั่งแป๊บนึงก็พิงยาซุยหลับปุ๋ย
ที่บ้านไม่มีใครอยู่เลย
ยาซุยโทรไปบอกแม่ของไทกะ แต่แม่ของไทกะติดงานเลยวานให้ยาซุยดูแลให้สักพักเสร็จงานแล้วจะรีบกลับมาทันที
โทรไปรายงานให้สต๊าฟทราบข่าว
พยุงไทกะขึ้นไปนอนบนห้อง
ส่วนตัวเองก็ลงมาด้านล่าถือวิสาสะเปิดทีวีดูแก้เหงา
อยู่คนเดียวในบ้านใหญ่ๆอย่างนี้คงเหงาน่าดู
บ้านเขามีคนแยะเลยเสียงดังครื้นเครงอยู่ตลอดเวลา เด็กคนนั้นต้องอยู่คนเดียวอย่างนี้ตลอดเลยเหรอ
มิน่าถึงเป็นเด็กขี้เหงาและเอาแต่ใจขนาดนั้น
เพื่อนโทรเข้ามาถามไถ่อาการ
พอรู้เรื่องก็โล่งอกไปตามๆกันเพราะคิชิหนึ่งในกลุ่มเคยเป็นแบบนี้มาก่อน
เขาบอกว่าต้องใช้เวลาเป็นเดือนกว่าร่างกายจะเข้าที่
เขาภาวนาให้ไทกะหายเร็วๆแค่นี้ก็ดูท่าทางจะเจ็บน่าดู
อาการอะไรแบบนี้คนตัวเล็กอย่างเขาไม่เข้าใจหรอก
“พี่ฮะ”
เสียรียกดังขึ้นมาจากด้านหลัง ทำให้เขาแปลกใจเล็กน้อย ไทกะยืนมองอยู่
ปกติจะเรียกชื่อแต่วันนี้มาแปลกแฮะ
“ผมหิว”
ไทกะทำหน้ายุ่ง ..ยาซุยยิ้มบางๆ ปิดทีวีแล้วเดินเข้าไปหา
“กินอะไรดีล่ะ
ครัวอยุ่ตรงไหนเดี๋ยวพี่ไปดูก่อนว่ามีอะไรทำได้บ้าง หรือจะให้โทรสั่ง “
ยาซุยล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
“ไม่เอาฮะ
ขี้เกียจรอ พี่ทำอะให้ผมกินหน่อยสิ “ ไทกะส่งสายตาอ้อน
“ครับๆ
ครัวอยู่ไหนล่ะ “ ยาซุยหัวเราะเบาๆ ไทกะชี้ไปที่ครัว
แล้วเดินมานั่งรอที่โซฟา
ยาซุยเดินไปตามทิศทางที่ไทกะบอก เปิดตู้เย็นออกดูเจอแค่ไข่ไก่
นอกจากนั้นไม่มีอะไรเลย แต่แค่นั้นมันก้น่าจะพอ ไม่ต้องทำอะไรยุ่งยาก
เพียงไม่กี่นาทีซุปไข่ฝีมือยาซุย เคนทาโร่ก็พร้อมเสริฟ
“อร่อยมากๆเลยฮะ”
ไทกะยิ้มกว้าง ซดซุปไข่พรวดๆจนหมดถ้วย
ยาซุยนั่งมองไทกะยิ้มๆ รู้สึกว่าเด็กคนนี้เปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วจริงๆ
ตะกี้ยังหน้ายุ่งเพราะหิวอยุ่เลย ตอนนี้ยิ้มแป้นอารมร์ดีเชียว
“ขอบคุณนะฮะ
“ ไทกะลุกขึ้นมาหอมแก้มยาซุย
“เฮ้ย
ทำอะไร “ ยาซุยตกใจ ร้องเสียงหลง
“ก็แทนคำขอบคุณงัยฮะ
“ ไทกะยิ้มบางๆ เก็บชามไปล้าง ปล่อยให้หนุ่มรุ่มพี่นั่งลูบแก้มหัวเองง
สัมผัสนุ่มๆของปลายจมูกยังคงติดตรึง
“เด็กบ้า”
ยาซุยเอ่ยออกมาเบาๆ เขาคงไม่รู้ว่าตอนนี้ทั้งหน้าทั้งหูของตัวเองแดงขนาดไหน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น