ฮากิยะนั่งจ้องโทรศัพท์ในมือ..มีข้อความนับสิบที่ส่งมาจากใครบางคน
ก่อนหน้านั่นเขาเคยคบหาอยู่ เหตุผลเพียงสั้นๆว่าเขายังเด็กไป
เลยทำทุกอย่างพังลงไม่มีชิ้นดี เขาเจ็บและใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะกลับมาเหมือนเดิม
เสียงถอนหายใจอย่างหนักหน่วงทำให้คนข้างงัวเงียตื่นขึ้นมา
พอเห็นฮากิยะนั่งอยู่ก็เลยลุกขึ้นนั่งตาม
“ถ้าตัดใจไม่ได้
ก็กลับไปดีไหม” เสียงหวานๆบอกเขาเบาๆ
“ไม่ล่ะ
แค่คิดว่าจะบล็อกเลยดีไหม “ฮากิยะบอกชัดถ้อยชัดคำ
“แต่เขาเป็นเพื่อนร่วมงานนะ
อีกอย่างต้องเจอกันทุกวัน” ฮากิยะพยักหน้า เป็นจริงอย่างนั้นเพราะงานทำให้เขาต้องเจอหน้าทุกวันปฏิเสธก้ไม่ได้ไม่คุยไม่ได้
เขาจึงเลี่ยงที่จะอยู่กันตามลำพัง
“ก็อยากเกิดมาเท่ห์เองนี่นา พวกพี่ๆเลยอยากกินฮากิทั้งนั้น “
เสียงหัวเราะของคนข้างๆ ทำให้ฮากิยะปิดโทรศัพท์วางมันเอาไว้ตรงหัวนอน
“แล้วเราล่ะไม่กินหรืองัย”
ฮากิยะดึงจมูกเบาๆ
“ชั้นโดนกินตังหากล่ะ”
เสียงหัวเราะทำให้ฮากิยะหมั่นเขี้ยวความคนร่างเล็กมากอดแล้วพรมจูบทั่วใบหน้า
คืนนี้ยังอีกยาวไกล และพรุ่งนี้เป็นวันหยุดแล้วจะปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉยๆได้ยังงัย
......................................................
“ฮากิย้า
ฮากิย้า” เสียงเรียกทันทีที่ฮากิยะโผล่เข้าห้องซ้อมมา
ช่วงเวลาแห่งความอึดดัดเกิดขึ้นอีกแล้ว
“พี่ผมหนักนะ”
ฮากิยะเสียงหน่ายเมื่อหนุ่มรุ่นพี่โน้มคอเขาลงมา
ความที่เขาสูงกว่ามากเลยเหมือนถูกโหนอยู่
“ชิ”
เขาปล่อยมือ ฮากิยะเหลือบมองด้วยเฉยชา
“แล้วภูตินายไม่มาด้วยเหรอ”
เขามองรอบๆไม่เห็นคนที่เอ่ยถึง
“เรียกซะน่าเกลียดเชียว
เคนจังไม่ใช่ภูตินะ” ฮากิยะเสียขุ่น
“อ้าวก็เห็นตามนายต้อยๆ
นึกว่าภูติภิทักษ์ “
ฮากิยะขี้เกียวจต่อล้อต่อเถียงเลยเดินหนีไป
ตอนนี้สิ่งที่ทำได้คือพยายามอย่าอยู่คนเดียว
“ทำใจหน่อยนะฮากิ
เกดิเป็นคนหล่อมันลำบาก” มิวโตะตบไหล่เบาๆ
“ถ้าได้ตื้อแล้วรับรองไม่เลิก”
ฮิการุเสริม ฮากิยะพยักหน้า ข้อนี้เขารู้ดี
แต่ว่าตอนนี้ไม่ใช่ว่าจะทำยังงัยให้รุ่นพี่เลิกยุ่งหากแต่ว่าจะทำยังงัยไม่ให้คนใกล้ตัวเสียใจมากกว่า
ฮากิยะนั่งซ้อมกลองอยู่
โดยมีมิวโตะนั่งเล่นเบสอยู่ใกล้ๆ ฟอร์มวงใหม่? ไม่ใช่หรอก เป็นการรวมกันเฉพาะกิจตังหาก
ตั้งเพื่อเล่นในรายการโชเนนคลับ
นอกจากนี้ยังมีหลุยเล่นกีต้าร์และโนเอรุเล่นคีย์บอร์ด เวลาได้ตีกลองเขาเหมือนได้อยู่ในโลกแห่งความฝัน
ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวไม่เคลือนไหว ใส่อารมณ์ใส่แรงโดยไม่ต้องสนใจใคร
………………………………………………………
“ไทนจังนายน่าจะยกโทษให้พี่เขาได้แล้วนะ
“ โคจิบอกไทกะในเย็นวันหนึ่งหลังจากเลิกซ้อม
“นั่นสิ
น่าสงสารออก” โฮคุเสริม
“นายสงสารได้งัย
ชั้นสิน่าสงสารกว่า “ ไทกะแผดเสียง
“ชั้นไม่ได้สงสารพี่เค้า
ชั้นสงสารฮากิยะตังหาก แล้วโน่นอีกคน ถ้านายไม่ปรับความเข้าใจสองคนนั้นจะลำบากนะ”
โฮคุให้เหตุผล
“ใช่ๆ
มันจะเดือนนึงแล้วนะ”
จูริพยักหน้าเพราะตัวเองสนิทกับสองคนที่ว่าเป็นอย่างดี ไทกะมองหน้าคนนั้นที
คนโน้นที ไอ้อยากจะยกทาให้มันก็อยากหรอก แต่ก็ยังรู้สึกโมโหอยู่นี่น่ะสิ
วันเกิดเขาแท้ๆดันไปนั่งกินข้าวหน้าเนื้อกับคนอื่น แถมยังลืมซะสนิท วันเกิดเขาแท้ๆ
เหมือนไม่ให้ความสำคัญงัยงั้น
ไทกะนั่งกินขนมกับโซดามะนาวอยู่ข้างๆตึก
เหนื่อยแล้วก็เบื่อด้วย วันนี้นัดกันกับพวกบากะว่าจะไปกินราเมง ทุกคนยังอยู่ด้านใจ
เขาหิวเลยมาหาอะไรรองท้องก่อนเดี๋ยวจะอารมณ์เสียเปล่าๆ ใครๆก็ว่าเขาเอาแต่ใจเย็นชาและไม่แคร์ใคร
จริงๆแล้วไม่ใช่หรอกเขาจะแคร์คนที่เขารักเท่านั้น ในบากะแก๊งทุกคนรู้ดี
เรื่องที่จะให้ไปขอโทษหรือขอคือนดีก่อนนมันก็ใช่เรื่อง
คนผิดสิต้องมาขอโทษเขา ไม่ใช่มางอน มาทำเฉยอย่างที่เห็นอยู่ทุกวัน
“ไม่สบายใจก็ไปคืนดีกันเหอะ”
โคจิ เพื่อนร่วมแก๊งตบไหล่เบาๆ โคจิเป็นคนไวต่อความรู้สึกของคนอื่น ใจดี
ใจเย็นและมีเหตุผล ไม่น่าเชื่อด้วยซ้ำว่าอายุจะใกล้เคียงเขามากขนาดนี้
“ชั้นก็แค่อยากให้เขามาขอโทษ
แค่นั้นเอง” ไทกะกระดกโซดามะนาว
“พวกนายนี่มันหัวดื้อทั้งคู่เลยนะ”
โคจิส่ายหน้า
“งั้นมั้ง”
ไทกะยักไหล่ เพื่อนๆตามมาสมทบบทสนทนาจึงจบคง
ตอนนี้ทำได้แค่ไม่ให้เพื่อนฝูงเป็นห่วงก็พอ
................................................................
“ฮากิ
ไม่ชอบเลยนะที่นายเอาแต่มองโทรศัพท์ทุกคืน”
สุดท้ายก็อดพูดไม่ได้ ทั้งๆที่ตั้งใจไว้ว่าจะไม่เอาประเด็นพวกนี้มาพูดให้ทะเลาะกัน
แต่เห็นบ่อยๆก็ชักเบื่อ
“ขอโทษนะ”เขาคว้าคนตัวเล็กมากอด
ประทับรอยจูบที่หน้าผากเบาๆ
“ชั้นตัดสินใจแล้ว
ชั้นจะบอกรุ่นพี่ตรงๆเรื่องโทรศัพท์และเรื่องของเรา”
ฮากิวางโทรศัพท์ไว้ในลิ้นชัก โน้มใบหน้าประทับรอยจูบอย่างเผ่วเบา
“ตามใจแล้วกัน”
อีกฝ่ายหลับตาลง สำหรับฮากิยะต่อให้โลกนี้หันหลังให้ก็ยอม
แต่ถ้าต้องเสียคนในอ้อมแขนไป เขาคงมีชีวิตอยู่แบบไร้หัวใจเน่ๆ
......................................................
“โคจิ
อย่าไปยุ่งกับไทกะเลยนะ” เจสเกาะแขน
เพราะช่วงนี้โคจิเอาแต่เป็นห่วงไทกะ จนไม่มีเวลามาสนใจเขา
“น้อยใจหรืองัยเรา”
โคจิหัวเราะเมื่อเห็นเจสทำหน้าเป็นมาเหงา
“อื้อ
ก็โคจิเอาแต่มองไทกะตลอดนี่” เจสสารภาพ
“ที่ชั้นมองน่ะ
กลัวว่าไทกะจะคิดห่ามๆไปคบกับโฮคุ จะยิ่งยุ่ง”
โคจิยกมือขึ้นยีหัวเจส
“นั่นสิโฮคุเองก็ทำท่าจะจีบไทกะอยู่เหมือนกัน”
เจสกอดโคจิเอาไว้หลวมๆ
“นายก้โดนเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”
โคจิดึงแก้ม
“ม่ายล่ะ
ไม่ใช่ชอบ “ เจสยิ้มยโมยหอมแก้มเบาๆ
คนที่อยู่ในอ้อมแขนเลยยิ้มอายๆ
……………………………………………..
“ไทจังอ่า
ทุกคนเป็นห่วงน้า “ ชินนั่งลงข้างๆ ขณะที่พักเหนื่อย
ตอนนี้กลายเป็นว่าเพื่อนๆต่างเป็นห่วงไทกะกันถ้าวนหน้า พอพักก็ผลัดกันมานั่งปลอบใจ
ไม่เว้นแต่ชิน
“รับทราบ”
ไทกะหัวเราะ
“มีอะไรบอกผมได้นะนะ”
ชินยิ้ม
“หรือบอกฉันด้วยก้ได้
“ จูริเสริมอีกคน นั่งลงข้างๆชิน
“พวกนายนดูรักดีนะ”
ไทกะหัวเราะ
“ไม่เห็นรักตรงไหน หมอนี่เอาแต่แกล้งผม “
ชินรีบบอก
“ก็นายเอาแต่พูดจาสุภาพกับชั้น
“ จูริดึงแก้มคนข้างๆ
“ดูแลกันดีๆล่ะ
อย่าทะเลาะกัน” ไทกะยิ้มบางๆ
ทั้งคู่น่ารักชินออกจะเอ๋อๆจุริออกจารั่วๆ แต่ก้เข้ากันได้ดี
จูริบอกว่าค่อยๆดูแลกันไปเพราะชินยังเด็ก
ต้องใช้เวลาอีกนานกว่จะรุ้ว่าอะไรเป็นอะไร
......................................................................
“รุ่นพี่ฮะ
ผมมีอะไรจะคุยด้วย “ ทันทีที่เขากำลังจะเข้าประตุ
หนุ่มรุ่นน้องมาดเข้มก็เดินเข้ามาหา ตั้งแต่ถ่ายละครด้วยกันหมอนี่จัดว่าฮอต
จนตอนนี้มีแผนคลับมากมาย ที่ชอบเขาอยู่ผิดกับคนทางนี้ที่ยังเป็นเด็กแบ็ค
มีแฟนคลับเท่าหางอึ่ง
“มีอะไรเหรอโฮคุ”
เขากลืนน้ำลายลงคอ
“รุ่นพี่ถ้าไม่คบกับไทกะแล้วผมขอนะฮะ
“ โฮคุจ้องหน้าด้วยสายตาจริงๆจัง เขาใจหายแว๊บ
ในใจคิดว่าหมอนี่เอาจริงแน่นอน
“ตามใจสิ”
กลั้นใจบอกไปอย่างนั้น
“อย่าเสียใจนะครับ ผมรับมาแล้วไม่คืนให้นะ”
โฮคุบอกเสียงเข้ม พร้อมกับหันหลังกลับ
“ไม่ได้นะ
ชั้นน่ะ ไทจังนะ คนนี้คนเดียว
ขอล่ะนายอย่ายุ่งได้มั้ย “ ยาซุยเรียก
ก้มหน้ามองพื้นแต่ปากก็พร่ำออกไปไม่หยุด โฮคุยิ้มที่มุมปาก
ถอนหายใจเฮือกโตก่อนจะหันไปมองใครบางคนที่ยืนมองตั้งแต่ต้น
“ถ้างั้นรุ่นพี่ควรไปขอโทษเขานะฮะ”
โฮคุกระซิบก่อนจะเดินจากไป พอยาซุยเงยหน้าก็เห็นไทกะยืนอยู่ไม่ห่างนัก
รวบรวมความกล้าเดินเข้าไปหาแล้วเอ่ยปากขอโทษเบาๆ
กับคนคนที่เรารักบางครั้งก็ต้องยอมเสียฟอร์มก่อนจะเสียเขาไป
......................................
“มองโทรศัพท์อีกแล้ว”
คาโดยถอนหายใจ ฮากิยะหันไปมองเขายิ้มๆ คว้าเขามากอดเอาไว้หลวมๆกระซิบอะไรบางอย่างข้างหู
จนคนตัวเล็กหน้าแดง เปิดลิ้นชักหยิบของขวัญมาสวมให้กับคนตัวเล็ก “เมอรี่คริสต์มาสนะ
ไ คนตัวเล็กน้ำตารื้อๆตรงขอบตา
ไม่มีของขวัญให้หากแต่เป็นครั้งแรกที่เขาเป็นฝ่ายจุมพิตฮากิยะและ “
ชั้นรักนายนะ” คำพูดที่ไม่เคยเอ่ยปากพูด
ตั้งแต่เริ่มคบกันมาเพียงเพราะไม่อยากให้ฮากิยะลำบากใจ
“อึ่มชั้นก็เหมือนกัน”
ฮากิยะ กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น มองออกไปนอกหน้าต่างหิมะกำลังโปรปราย
....................
“ดีจังน้า
ในที่สุดก็ลงเอย “ ชินยิ้ม ตักเค๊กใส่ปากอย่างอเร็ดอร่อย
แม้คืนนี้งานเลี้ยงฉลองจะไม่มีอะไรเป็นพิเศษแค่จูริชวนมากินเค้กกับพี่ๆที่บ้าน
แต่แค่นี้ก็พอแล้วสำหรับพวกเขาในตอนนี้
ของขวัญที่ให้กันและกันก็แสนธรรมดา
เพราะในสายตาผู้ใหญ่ทั้งคู่เป็นเพื่อนร่วมค่ายกันนั่นเอง
.................................................
“ทำไมชั้นต้องมาฉลองกับพวกนายละเนี่ย”
โฮคุบ่น เมื่อโคจิไปลากเขามาจากบ้าน แถมยังบอกว่ามีงานฉลอง
พอมาถึงกับเจอแค่เจสเพราะที่บ้านโคจิไปเที่วกันหมด
“ชั้นเห็นนายอยุ่คนเดียวก็เลยลากมา อีกอย่าเจสทำขนมตั้งแยะ”
โคจิอธิบาย
“เด๋วโคจิก็อ้วนพอดี”
โฮคุหัวเราะ
“อยู่กันหลายๆคนสนุกดี
“ เจสยิ้ม เด็กร่างยักษ์นี่ติดโคจิจริงๆ
เวลาไปไหนมาไหนตามต้อยๆเหมือนลุกเป็ดไม่มีผิด
“นั่นสินะ
อยู่คนเดียวต้องเหงาแน่ๆ” โฮคุพยักหน้า
“เอาล่ะมาฉลองกันดีกว่า
เมอรี่คริสต์มาสนะ” โคจิยกแก้วน้ำผลไม้ขึ้นชน
“ฉลองให้กับความแมนหลบในของนาย
“ เจสหัวเราะ สามหนุ่มบากะ นั่งจิบน้ำผลไม้กับขนม คุยเรื่องสัพเพเหระกันอย่างสนุกสนาน
..................................
“นอนไม่หลับเหรอ
“ ไทกะเอาคางเกยไหล่คนตัวเล็ก
“อื้อคิดอะไรเพลินๆ”
คนตัวเล็กเอื้อมมือไปข้างหลังแล้วลูบหัวไทกะเบาๆ ตั้งแต่ไม่ได้คุยกัน
ต่างคนต่างโหยหาซึ่งกันและกัน ค่ำคืนนี้จึงเหมือนชดเชยสิ่งที่ขาดหายไป
“จะนอนหรือจะทำอย่างอื่น”
ไทกะกระซิบ ยาซุยเลยคว้าหมอนไล่ตี บ้าชะมัด ไทกะเลยรวบทั้งคนและหมอนกดลงกับเตียง
พรมจูบหวานฉ่ำในคืนคริสต์มาส
แถมท้าย
“ทำไมนายกะชั้นต้องมานั่งตากลมอยุ่แถวนี้ด้วยเนี่ย
“ นนจังบ่น หนาวก็หนาวซานะพีไปลากออกมาจากบ้านไม่พูดอะไรสักคำ
แถมยังมาต่อแถวเพื่อกินราเมนไอ้ร้านเล็กๆนี่อีก
“ก็ชั้นอยากกินนี่”
ซานะพี่บอก
“แล้วทำไมต้องเป็นวันนี้
“ นนจังเกาหัว
“ก็ชั้นอยากกินกับนายในคืนคริสต์มาสนี่
“ คำพูดจากปากของซานะพี ทำให้นนจังแทบเอาหัวไถผนัง
จะโรแมนติกก็ไม่บอกกล่าว
“เมอรี่คริสต์มาสนะ
“
ความสุข
ความรัก ความอบอุ่นลอยละล่องอยู่รอบๆหนุ่มจนสำลักไปตามๆกัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น