หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2556

ห่างไกล1


1.....เริ่มต้น
เหล่าคำรักที่แสนน่าอาย
ค่ำคืนที่ฉันตัดสายเธอไป
แม้จะเคยพูดว่ายังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม
แต่ว่ามันกลับปลุกเร้าหัวใจของฉัน
            เสียงเพลงหวานๆที่ควรผ่านโสตประสาท ด้วยความหมายและเสียงอันติดตรึงใจ รอบที่เท่าไหร่แล้วนะที่ฟังซ้ำๆอยู่อย่างนี้ ในคำคืนที่นอนไม่หลับ ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บในเดือนธันวาคม ช่วงนี้งานชุกจนไม่มีเวลาพักผ่อน ปกติแล้วแค่หัวถึงหมอนก็นอนหลับปุ๋ย ..คืนนี้แม้พยายามข่มตาแต่ก็ดูเหมือนว่าไม่สามารถหลับใหลได้
                “ชั้นกำลังจะได้แสดงละคร กับพวกจูริและจูเนียอื่นๆเสียงใสๆ บอกในเย็นวันหนึ่ง
                “งั้นก้ต้องแยกกลุ่มล่ะสิเสียงโชโพลงขึ้น เพราะอยู่ด้วยกันมานาน ความผูกพันมันมากมายเหลือเกิน การแยกกลุ่มเป็นสิ่งที่แต่ละคนกลัว กลัวจะรุ่งและกลัวจะร่วง นอกจากนี้เวลาที่เจอกันก็น้อยลง และอาจจะไม่ได้เจอกันเลยนอกเสียจากจะบังเอิญจริงได้ทำงานร่วมกัน เพราะที่นี่มีเด็กๆเป็นพัน
            “ไม่เป็นไรหรอกนะ ยังงัยซะพวกเราก็เจอกันที่บริษัทอยู่แล้ว เขาพยายามบังคับเสียงให้เป็นปกติที่สุด เพราะตอนนี้ข้างในมันกำลังร้องไห้ แม้จะยิ้มอย่างลำบากยากเย็นแต่ก็พยายามจะยิ้มเพื่อให้คนที่ก้าวไปได้ไกลกว่า ได้มีกำลังใจที่จะก้าวเดิน
                จากวันนั้นโทรศัพท์ที่เคยมีมาเสมอๆ ค่อยๆห่างหายไปตามกาลเวลา กลายเป็นข้อความและความว่างเปล่า ไทกะไปอยู่กับเพื่อนกลุ่มใหม่ที่เรียกกันว่าบากะแก๊ง ละครที่ลงทุนไม่มากขณะที่ติดตาติดใจคนดู จนกระทั้งได้สร้างเป็นหนังทำรายได้ถล่มทลายทำรายได้ให้กับบริษัทเป็นกอบเป็น กำ สิ่งที่ตามมาคือการมีคอนเสิร์ตเป็นของตัวเอง ไทกะก้าวไปไกลแล้ว ในขณะที่พวกเขายังคงอยู่ตรงนี้
                พรุ่งนี้แล้วสินะ ที่จะได้เจอกันอีกครั้ง หลังจากที่ไม่เจอกันนาน นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาไม่สามารถข่มตาให้หลับได้ในคืนนี้

                ยาซุยรู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่อยู่ๆเด็กรุ่นน้องในก๊วนได้เป็นหัวหน้าทีม ทั้งๆที่มีคนอื่นอีกเยอะแยะที่สามารถเป็นหัวหน้าทีมได้ ท่าทางกระย่องกระแย่งเหมือนผู้หญิงกับใบหน้าเรียบเฉย จนบางครั้งดูแล้วน่าหมั่นไส้ และไอ้อาการเหล่านั้นมันมันทำให้ยาซุยโมโหแต่ความรู้สึกนั้นมันหายเกลี้ยงเมื่อยาซุยต้องจับคู่กับเขา  ความอัจฉริยะฉายแววออกมาตอนซ้อมด้วยกัน มันทำให้คนทำธรรมอย่างยาซุยเปลี่ยนความรู้สึกไม่พอใจกลายเป็นชื่นชมแทน...
                เสียงหวานๆ ยามที่ไทกะร้องเพลง ไม่ว่าจะซ้อมหรือร้องจริง มันทำให้ยาซุยขนลุกทุกครั้งที่ได้ยิน หากเปรียบเทียบกับตัวเองแล้ว มันต่างกันราวฟ้ากับดิน
                นายนี่เสียงเพราะมากๆเลยนะ ยาซุยตาลอย เมื่อไทกะซ้อมเสร็จ เขามานั่งอยู่ข้างๆ ใบหน้ายังคงเรียบเฉยเหมือนเดิม
                ชั้นไม่เห็นชอบเสียงตัวเองเลย นายเสียงดีกว่าชั้นอีก ไทกะท้าวคางมอง
                ชั้นเนี่ยนะ ยาซุยหัวเราะขำๆ เสียงเขาน่ะทั้งต่ำทั้งแหบ มันเพราะตรงไหนกัน
                ชั้นว่าเสียงยาซุยแซ็กซี่ดี เสียงชั้นนะเหมือนผู้หญิง ไทกะย่นคิ้ว ไม่เพียงแต่เสียงหรอก รูปร่างหน้าตาก็เหมือนผู้หญิงจนโดนเข้าใจผิดอยู่บ่อยๆ หน้าหวานๆ ท่าทางหยิ่งๆ ยาซุยชอบแอบมอง ยิ่งเวลาคิดอะไรก็จะทำปากขมุบขมิบ หรือไม่ก็ใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มตัวเอง
                มองไร ไทกะหันมาจ้อง
                เปล่านิ ยาซุยแก้ตัว
                แล้วไป ไทกะหันกลับ สายตาจับจ้องอยู่กับเพื่อนๆคนอื่นๆ  ที่ซ้อมเต้นกันอยู่บนเวที
                เย็นมากแล้วหลังจากซ้อมเสร็จไทกะทีมต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน ไทกะกับยาซุยแวะกินแม็คกันก่อนกลับ ใช้พลังงานไปแยะ อาหารที่กินมามันจะไปพอยาไส้อะไร ดับเบิ้ลเบอร์เกอร์ เฟรนฟราย และน้ำอัดลม ถูกตั้งอยู่ตรงหน้า  ยาซุยแอบสงสัยว่าไอ้ที่ไทกะกินๆเข้าไปเนี่ยมันเอาไปเก็บไว้ตรงไหน
                ยาซุยอยากกินเหรอ ไทกะเคี้ยวเฟรนฟรายตุ้ยๆ
                ป่าว แค่สงสัยว่านายกินแล้วมันไปไหนหมด ยาซุยหัวเราะ
                นี่ถ้ากินแล้วอ้วน ชั้นก็แย่สิ  เพราะไอ้พวกนี้มันของชอบของชั้นทั้งนั้น ไทกะหน้ายุ่ง
                นั่นสินะ ยาซุยนั่งนึกภาพตาม แต่ก่อนจะเลยเถิดไปกว่านั้น ไทกะยกมือมาทุบแขนดังพลั๊ก ดูเด่ะแขนเล็กแค่เนี้ยแต่แรงแยะชะมัด แถมยังเรียนคาราเต้มาอีกตังหากเบาแรงเป็นที่ไหน คนเรานี่ดูภายนอกกันไม่ได้จริงๆน้า ...เพียงไม่กี่นาทีเบอร์เกอร์ตรงหน้าก็เกลี้ยง ยาซุยเลยยกเฟรนฟรายของตัวเองให้ไทกะ เพราะดูท่าทางหมอนี่จะยังไม่อิ่ม พอยื่นให้ไทกะก็ยิ้มแป้น เด็กหนอเด็ก ยาซุยแอบขำ
                ยาซุยน่ะ ใจดีมากเลยน้า ไทกะพูดลอยๆขณะที่เดินไปป้ายรถเมล์ด้วยกัน
                งั้นเหรอ ยาซุยยกมือขึ้นจิ้มหน้าผากไทกะ
                ถ้าได้เป็นแฟนคงลำบาก ไทกะย่นจมูก
                ลำบากเหรอ ยาซุยยิ้ม
                ก็ต้องใจดีกับคนอื่นไปทั่วใช่ม้า คนเป็นแฟนอกแตกตายพอดี ไทกะกระโดนหยองแหยงไปตามทางเท้า ยาซุยได้แต่หัวเราะกับท่าทางของไทกะ ตอนนี้เขาไม่ได้คิดเรื่องพวกนี้เลย คิดเพียงแต่ว่าทำยังงัยถึงจะเก่งขึ้นมาเหมือนเด็กรุ่นน้องคนนี้ ต้องใช้เวลาแค่ไหนกัน ................
………………………………..
                เมื่อวานชั้นเห็นพวกนายไปกินแม็คกันอีกแล้วเหรอ แอนเดอร์สันเดินเข้ามาทัก ขณะที่พวกเขานั่งพักเหนื่อยกันอยู่ หมอนี่เป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา ตรงจนบางทีน่าเหยียบ
                อื้อ ทำไมเหรอ ไทกะไม่ยี่หร่า
                เปล่าพวกนายไม่เบื่อเหรอ ไอ้ขนมปังกับเนื้อเนี่ย แอนเดอร์สันแบะปาก ถึงออกฝรั่งแต่ชอบกินข้าวมากกว่า
                ก็อร่อยดีนี่ ไทกะทำท่านึกถึงเมนูเมื่อวาน
                แต่ชั้นว่านานๆกินทีก็โอเคนะ แต่พวกนายกินทุกวัน เลี่ยนแทน แอนเดอร์สันส่ายหน้า
                ชั้นว่านะ ขึ้นอยู่กับว่านายไปกินกับใคร มัสสึดะโพลงขึ้น
                เงียบเลย ไอ้บ้า ยาซุยทำเสียงดุ  มัสสึดะเลยยักคิ้วแผล่บก่อนจะโดนยาซุยทุบเอา เจ้าพวกนี้มันคิดอะไรกันแปลกๆ แฮะ อ้าวอะไรกันละนั่น มาจ้องหน้ากันทำไม
                ยาซุย มีอะไรปิดบังใช่มั้ย ไทกะใช้มือสองข้างตะบบหน้ายาซุยค่อยหันมาหาตัวเอง
                ป่าวน้า ยาซุยรีบแก้ตัว
                หมายความว่างัย จริงๆแล้วนายเบื่อที่ต้องกินแม็คกับชั้นใช่มั้ย ไทกะทำท่าโมโห
                ป่าวน้า ยาซุยรีบดึงมือออก ไทกะใด้จังหวะลุกขึ้นล็อคคอยาซุยจากด้านหลัง สารภาพมาเดียวนี้เลย ท่าทางไทกะจะปี๊ดขึ้นแล้ว ไอ้มัสสึดะไอ้บ้า หาเรื่องให้แล้วงัย คนที่ยาซุยอยากจะเบิร์ทกะโหลกตอนนี้หายแว๊บไปไหนก็ไม่รู้ปล่อยให้เขาเผชิญหน้ากับเจ้าเด็กอารมณ์ร้ายคนนี้เพียงลำพัง
                ยาซุย
                ไม่มีอะไรครับ
                บอกมาเดี๋ยวนี้
                ไม่มีอะไรจริงๆ ฮือๆ มันเจ็บนะคร๊าบไทกะคุง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น