“กลับเดียวนี้นะ”
เสียงเข้ม พร้อมกันแรงกระชากมหาสารทำให้คนตัวเล็กเซไปจนเกือบล้ม
แต่ดูเหมือนคนตัวโตจะไม่ในใจ เพราะพูดกันดีๆมาจะชั่วโมงนึงแล้ว แต่ความดื้อด้านทำให้ให้เขาหัวเสีย
ตอนนี้เลยต้องใช้วิทีใหม่พากลับทั้งอย่างนี้แหละ
คนอื่นๆจะพูดยังงัยไม่สนใจทั้งนั้น เพราะปกติก็เผป็นพวกไม่แคร์สังคมอยุ่แล้ว
หากมาปั้นหน้าเป็นผู้รากมากดีอยู่มันเหนื่อยเปล่าๆ
และที่ทำอ่อนน้อมถ่อมตนก็เพราะไว้หน้าคนๆนี้ แต่ตอนนี้เจ้าตัวชักได้ใจ
ได้คืบจะเอาศอก ...เขาลากแขนคนตัวเล็กไปตามถนนสายเล็ก
ด้วยความที่เขาขายาวจึงทำให้คนที่ดูกลากกึ่งวิ่งกึ่งเดิน ..แสงไฟจากหลอดนีออนส่งแสงริบหรี่
ช่วงนี้เป็นช่วงวันหยุดยาว แหล่งธุรกิจแถวๆนี้เลยกลายเป็นเสมือนเมืองร้าง
การที่ผู้ชายสองคนมาฉุดกระชากลากถูกกันไปตามถนนอย่างนี้จึงไม่มีคนสนใจ
คนตัวเล็กพยายามสะบัดแขนหลายครั้งแต่ก็ยังไม่อาจหลุดจากแรงจับของคนตัวโตได้
หลายๆครั้งเข้าก็เริ่มเหนื่อยและเดินทามไปด้วยดี
“ปล่อยชั้นได้แล้ว “
น้ำเสียงแสดงความไม่พอใจ แต่ดูเหมือนว่าคนข้างหน้าจะหันมามองแค่แว๊บนึง
ไม่มีที่ท่าว่าจะสนใจลากเข้าไปจนสุดถนน
และเลี้ยวเข้าไปที่คอนโดแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
ทักทายกับคนดูแลจากนั้นก็กดลิฟท์ไปชั้นบนสุด
พอลิฟท์ปิดก็กอดคนตัวเล็กไว้แน่นพรมจูบซะทั่วใบหน้าทั้งๆที่คนตัวเล็กพยายามดิ้นและปัดป้องแต่ดูดเหมือนจะไร้ผล
พอถึงชั้นที่กดไว้คนตัวเล็กก็เข้งขาอ่อนเสียแล้ว
“เดินไหวไหม”
คนตัวโตหัวเราะเบาๆ คนตัวเล็กส่ายหน้าตอนนี้ทั้งหน้าทั้งตัวแดงเถือดไปหมดแล้ว
“อุ้มที”
คนตัวเล็กชุสองแขนขึ้น
“ขี่คอแล้วกันนะ
จะได้เปิดประตุได้ง่ายหน่อย”
เขาหัวเราะแล้วหันหลังย่อลงให้คนตัวเล็กปีนขึ้นมาได้
คนตัวเล็กทำปากจิไม่พอใจนิดหน่อยแต่ก็ยอมขี่หลังแต่โดยดี เด๋วโดนโกรธอีกจะยุ่ง
เดินออกจากลิฟท์เดินตรงไปเลี้ยซ้ายก็ถึงห้องพัก ห้องในสุดที่แยกออกมาเป็นพิเศษจากห้องอื่นๆ
คนที่นี่อยู่กันแบบไม่ยุ่งเรื่องของกันคนที่มาอยุ่ส่วนใหญ่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง
ถึงราคาจะแพงไปนิดแต่ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก
“นายน่ะ
อย่าเอาอาวุธมาแทงหลังชั้นจะได้ไหม” คนตัวโตบอกเบาๆ
ขณะที่เปิดประตูเข้าไปด้าน
“บ้า”
คนตัวเล็กรัดคอให้แน่นขึ้น
เพราะใครกันล่ะจูบซะเร่าร้อนขนาดนั้นไม่รุ้สึกอะไรก็ไม่ใช่ผู้ชายแล้ว
“เดี่ยวก็ตายกันพอดี”
พอปล่อยคนตัวเล็กลง เจ้าตัวก็ลงไปนั่งม้วนลงกับพื้น หน้าแดงแป๊ด
แค่เห็นปฏิกิริยาคนตัวโตก็รู้ว่าแล้วเกิดอะไรขึ้น เพราะรสจูบเมื่อกี้แน่ๆ
“ถ้าไม่ไหวก็บอกนะ”
คนตัวโตหัวเราะ
“ไม่ต้องเลย
เพราะนายนั่นแหละบ้าชะมัด “ คนตัวเล็กน้ำตาคลอ
“อายุก็ไม่น้อยแล้วน้า
ยังเหมือนเด็กอยุ่เลย “ เขาหัวเราะ
“ใครเด็ก
ชั้นโตแล้วน้า” คนตัวเล็กยืดอก
แล้วก็กลับมาตัวงอเหมือนเดิม
“ถ้าอยากขนาดนั้น
ก็ขอสิ “ คนตัวโตยักคิ้ว คนตัวเล็กลังเล หน้าแดงยิ่งกว่าเดิม
หมอนี่มันประเภท S ชัดๆ รู้อยุ่ว่าคนกำลังทรมานยังจะมาแกล้งกันอีก
“หรือจะนั่งอยู่อย่างนั้น”
ยักไหล่ไม่สนใจอีกแน่ะ สุดท้ายเขาต้องโน้มคอคนตัวโตมาจูบแล้วกระซิบเบาๆ
ดูจะเป็นที่พอใจของคนตัวโตเป็นอย่างยิ่ง
รอยยิ้มที่แสดงความมีชัยนั้นเห็นแล้วน่าหมั่นไส้ชะมัด
เขาค่อยๆช้อนอุ้มคนตัวเล็กเข้าไปในห้อง
..วางลงบนเตียงจัดการกับเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายเอาไว้ออกจนหมดเหลือเพียงร่างที่เปลียเปล่า
ผิวขาวเนียนนุ่มแค่เห็นก็อารมณ์กระเจิงแล้ว
“อย่ามองสิชั้นกายนะ”
เขาตัดพ้อ คนตัวโตอมยิ้ม
แล้วเลื่อนมือไปที่เจ้าตัวเล็ก
“ชั้นรู้นะว่านายชอบให้ชั้นกินตรงนี้”
“รู้แล้วยังจะพูดอีก”เสียงคนตัวเล็กอุ้อี้
เขาหัวเราะก่อนจะก้มลงจูบเจ้าตัวเล็กเบาๆค่อยๆใช้ปลายลิ้นหยอกล้อครงหัวเบาๆ
คนตัวเล็กสะดุ้งนิดนึง
มือสองข้างจับหัวเขาเอาไว้ คนตัวโตหัวเราะลำคอ
ค่อยใช้ปากสวยครอบครองเจ้าตัวเล็กเอาไว้ใช้ลิ้นตวัดไปรอบๆแล้วค่อยๆขยับเป็นจังหวะ
ได้ยินเสียงครางของคนตัวเล็ก แซ็กซี่เป็นบ้า ...ขยับปากเพียงชั่วครู่คนตัวเล็กก็ปล่อยนมข้นทะลักเข้าเต็มปาก
คนตัวเล็กตกใจ รีบควานหาทิชชุ่มาส่งให้..คนตัวโตหัวเราะก่อนจะบอกว่า
“กลืนไปหมดแล้ว “
เลยโดยคนตัวเล็กทุบเข้าหลายที เขาถอดเสื้อออกบ้างๆ
ค่อยจูบพรมไปทั่วร่างกายของคนตัวเล็ก ทำคิสมาร์คเล็กๆเอาไว้ใต้ราวนม
“ทำอะไรน่ะ”
คนตัวเล็กถามเมื่อรู้สึกเจ็บนิดหน่อย
“ทำสัญลักษณ์ไว้กันหมา”
คนตัวโตหัวเราะ
“ไหนสัญญาว่าจะไม่ทำให้มีรอย
“ คนตัวเล็กหน้าเบ้
“ไม่ทำไม่ได้หรอก
ก็ช่วงนี้ฮอตเหลือเกิน ไม่ทำอะไรไว้บ้าง มคปด ทำงัยล่ะ “
“บ้าไม่มีใครมายุ่งกับชั้นหรอก”
คนตัวเล็กหัวเราะ
“ไม่สน”
พูดจบก็พรมจูบ จากนั้นก็เอื้อมมือไปเปิดชิ้นชักหยิบครีมออกมาบีบ
แล้วค่อยๆลูบไล้ไปที่ช่องทางด้านหลัง คนตัวเล็กสะดุ้งเพราะความเย็นของเนื้อครีม ค่อยๆลูบไล้แล้วส่งนิ้วเข้าไปสำรวจด้านในช้าๆ
“อึ่มม”
คนตัวเล็กส่งเสียงเบาๆ
“ไม่ต้องกลั้นเสียงหรอกห้องนี้มีแค่เราสองคน” คนตัวโตหัวเราะ มืออยุ่ที่ช่องทางด้านหลัง
ปากวนเวียนอยู่กับเจ้าตัวเล็ก เหลือบไปมอง ท่าทางจะได้เวลาแล้วสินะ..
ยกสะโพกคนตัวเล็กขึ้น ค่อยดันเจ้าตัวโตเข้าไปด้านในช้าๆ
“อา “
เสียงหวานๆดังออกมาจากเรียวปากสวยเป็นระยะๆ ขยับเข้าไปลึกกว่าเดิม
อยู่นิ่งพักนึงเพื่อให้คนตัวเล็กได้ปรับตัว จากนั้นก็ค่อยๆขยับเป็นจังหวะ
“อา อร่อยจัง” คนตัวโตยิ้มบางๆ
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนตัวเล็ก ค่อยๆเร่งจังหวะขึ้น
เสียงเนื้อกระทบกันสลับกับเสียงครางหวานๆ
เรียกอารมณ์คนตัวโตให้คุกรุ่นได้เป็นอย่างดี
คนตัวเล็กค่อยๆดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง เขาหัวเราะนิดนึงก่อนจะปล่อยให้ทำตามใจ
“จะออนท๊อปเหรอ”
คนตัวเล็กไม่บอก ได้แต่ลอยหน้าลอยตา
ก่อนจะใช้สองมือจับตรงสะโพกคนตัวโตแล้วขยับขึ้นลงเป็นจังหวะ
“เยี่ยม”
คนตัวโตส่งเสียงครางบ้าง คนตัวเล็กยิ้มพอใจ
ค่อยๆเร่งจังหวะขึ้น
เขาชอบควบคุมมากกว่าโดนควบคุมเรียกได้ว่าอย่างน้อยเกิดเป็นผู้ชายขอให้ได้นำ
แต่ในกรณีนี้จะเรียกว่านำได้หรือเปล่าก็ไม่รุ้สึกนิ
รู้แต่ว่าพอมาอยุ่แบบนี้แล้วเหมือนมีอำนาจ แต่คนที่อยุ่ข้างๆล่างกับไอ้อาวุธที่ขยับเข้าออกนี้ทำไมดูเหมือนจะใหญ่ขึ้นกกว่าเดิมก็ไม่รู้สิ
รู้สึกว่าเข้าไปลึกมาก จนรู้สึกถึงสิ่งที่กระแทกกระทั้นอยู่ข้างในอย่างชั้นเจน
“ชั้นไม่ไหวแล้ว “
คนตัวเล็กหน้าเหยเก คนตัวโตหัวเราะ
ลุกขึ้นนั่งจับสะโพกคนตัวเล็กให้ขยับเร็วขึ้นกว่าเดิม ความเอร็ดอร่อยทำให้คนตัวเล็กปล่อยนมข้นให้พวยพุ่งออกมาอีกครั้ง
คนตัวโตขยับสะโพกเพียงชั่วครู่ก็ปลดปล่อยที่อัดอั้นเอาไว้
ต่างคนร่างสวมกอดกัน เสียงหอบ เม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตมาร่างกาย
ทั้งคุ่มองหน้ากันยิ้มๆ ก่อนจะประทับจูบกันและกันเบาๆ
คนตัวโตอุ้มคนตัวเล็กไปอาบน้ำในห้องน้ำ
เขาขันอาสาชำระล้างสิ่งที่เปล่าปลดปล่อยเอาไว้ให้ แต่คนตัวเล็กไม่ยอมท่าเดียว
พอซักเข้าคนตัวเล็กก็บอกว่า “ ขืนให้นายล้างให้ชั้นก็มีอารมณ์อีกสิ” คนตัวโตหัวเราะ
“มีก็ทำให้หายเองแหละ” คนตัวโตบอก
“บ้าสิ
ของนายใหญ่ขนาดนั้นชั้นรับหลายๆครั้งไม่ไหวหรอก
พรุ่งนี้ขึ้นเวทีไม่ไหวพอดี “ คนตัวเล็กหน้ายุ่ง
“แย่จังน้า ที่ผมใหญ่ไปทั้งตัวอย่างนี้ “
คนตัวโตหัวเราะ
“แต่ชั้นก็ชอบที่นายเป็นแบบนี้
“ คนตัวเล็กหัวเราะ ขึ้นไปนั่งบนตักคนตัวโต
ทั้งคู่แช่น้ำอุ่นผ่อนคลาย หลังจากทำกิจกรรมกันอยากหนักหน่วง
...........................................................
“พวกนายสองคนนี่พักนี้ติดกันเป็นตังเมเลยนะ”
ไทกะแซว เมื่อเห็นฮากิยะกับยาซุยเดินเข้าห้องซ้อมมา
“ก็นิดหน่อย
เป็นแบ็คเซตเดียวกันนี้ “ ยาซุยยิ้ม
“เป็นแบ็ค
แล้วก็เป็นแฟนกันด้วยนี่ “โคจิเสริม ทั้งคู่สะดุ้ง
หันมามองหน้ากันแล้วหันไปมองโคจิ
“นายพูดอะไร
“ ฮากิยะทำหน้าเข้ม
“ไม่ต้องปิดบังหรอก
กิจกรรมที่นายทำ ชั้นกับหมอนี่ได้ยินบ่อย” เจสเสริม
“เอ๋ๆๆ”
ยาซุยหน้าแดง “รู้ได้งัย”
เขาย้อนถาม
“อ้าวนายไม่รู้เหรอว่าเจ้าสองคนเนี่ยย้ายไปอยุ่ข้างๆห้องของพวกนาย
“ ไทกะหัวเราะ
“เห
ไม่เห็นรุ้เรื่อง” ฮากิยะหน้าเหวอ
“ว่าแต่รุนแรงขนาดนั้น
รุ่นพี่รับไหวหรอ”
เจสถามตรงๆ “ ไอ้เด็กบ้า “
ยาซุยยกมือเขกหัวเจส
“รุ่นพี่เค้าชอบน่ะ
“ ฮากิยะหัวเราะ
“แล้วนายจะสาระแนไปบอกเขาทำไม
“
ยาซุยหันไปแว๊ดใส่ฮากิยะด้วยความมเขินก่อนจะเดินพรวดออกไปข้างนอก
“ว่าแต่พวกนายสองคนใครเคะใครเมะ”
ไทกะหันไปถามโคจิกับเจส
“เรื่องอะไรชั้นต้องบอก
เนอะ “ โคจิยักไหล่
“ชั้นน่ะเคะให้โคจิคนเดียวแหละ
“ เจสซี่กระซิบ
“ไอ้เด็กนี่ก็เพื้ยนไปอีกคนจะไปบอกเค้าทำไมเนี่ย
“ โคจิเขกหัวเจส ไทกะหัวเราะเบาๆ
เอาเถอะใครจะเมะจะเคะขอให้รักกันนานๆก็พอแล้ว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น