โคจิ....
วันนี้วันเกิดผม..ดูเหมือนทุกคนจะลืมกันไปหมดแล้ว
ไม่เป็นไรหรอกผมก็ไม่ใช่คนที่จะไปยึดติดอะไรมากหมาย
แต่ในใจลิกๆก็ยังหวังว่าจะมีใครสักคนที่จำได้..ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งเลิกซ้อม
ไม่มีคำอวยพรหรือข้อความจากเพื่อนคนไหนสักคนทั้งเพื่อนกลุ่มเดิมและพวกบากะเอง
แต่ผู้ชายเขาคงไม่ละเอียดอ่อนขนาดนั้นมั้ง
เต็มที่พรุ่งนี้ทุกคนก็จะเดินมาหาแล้วบอกว่าโทษทีชั้นลืมวันเกิดนาย
ก็ผู้ชายนี่เนอะ.. กระชับผ้าพันคอ ทั้งๆที่ปลายหนาวแล้วยังรู้สึกยะเยือกอยู่ดี ..สองทุ่มแล้ว
เมื่อเช้าที่บ้านบอกว่าจะทำอาหารฉลองวันเกิดให้ รีบกลับไปหม่ำกับข้าวอร่อยๆฝีมือแม่ดีกว่า...
“โคจิ
รอก่อน” ไทกะวิ่งเข้ามาหา เอจำได้ว่าวันนี้ไปซ้อมบุไดกับคุณพ่อนี่นา ผมหยุดรอ เขาวิ่งเข้ามาหา ก่อนจะยืนหอบแฮ่กๆ
“ว่างัยไทจัง
วันนี้ซ้อมไม่ใช่เหรอ” ผมถามยิ้มๆ
“วันนี้วันเกิดนายนี่
ชั้นเลยแวะเอาของขวัญมาให้ “ ไทกะยื่นถุงกระดาษใบเล็กๆ ให้
แทนที่ผมจะรับถุงกลับโผเข้ากอดไทกะแทน
“ไทจัง
นายเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ ไม่มีใครจำวันเกิดชั้นได้สักคน”
ผมน้ำตาคลอ
“บ้าหรือเปล่านายน่ะ
เค้าจำได้ทุกคนนั่นแหละ เมื่อวานก็ไปซื้อด้วยกันนี่แหละ แต่ของอยู่ที่ชั้น
แล้วชั้นก็ติดงาน” ไทกะจังอธิบาย
“ไม่เห็นเจ้าพวกนั้นจะพูดอะไรเลย”
โคจิถอนหายใจ
“คงเพราะไม่มีอะไรให้นายมั้ง
ความผิดอยู่ที่ชั่นนี่เหละ”
ไทกะยิ้ม “แต่ว่าชั้นคงอยู่กับนายไม่ได้นะ
เพราะพรุ่งนี้มีซ้อม “ ไทกะบอก
“อึ่มไม่เป็นไร
แค่นี้ก็พอแล้วล่ะ ขอบคุณนะ กลับดีๆล่ะ” ผมยิ้ม
เหลือบมองของในถุงไม่กล้าแกะตอนนี้ เก็บมันใส่กระเป๋าสะพาย ไว้ค่อยไม่แกะที่บ้าน
ดีจังนะได้ของขวัญในวันเกิดตัวเอง อาการงี่เง่าของผมมันหายวับไปกับตา
นี่ละมังของดีของผม ...
“โอ๊ะ
ตกใจหมดไอ้เด็กยักษ์”
ผมสะดุ้งเมื่อเดินลงบันไทสถานีรถไฟก็เจอเจสซี่พอดี เขาจ้องหน้าผมนิดนึง จำได้ว่าหมอนี่ไปถ่ายนิตยสารก็โฮคุโตะแล้วไปอัดอาโนะต่อ
แล้วทำไมมานี่ได้
“เลิกเรียกว่าเด็กยักษ์ซะทีได้ไหน
ไม่ชอบเลย” เจสทำเสียงดุ
“ก็ชั้นเรียกจนเคยตัว
“ ผมอธิบาย
“...”
เขามองหน้าผม พิจารณาตั้งตัวหัวจดเท้า
“นายซ่อนอะไรเอาไว้
ไหนดูซิ “ ผมชะโงกไปมองข้างหลัง เขาหันเอาตัวบังผมเอาไว้
“ไม่มีอะไรสักหน่อย
“ เขาปฏิเสธ
“อย่าหวงน่า
เอาเฮ้ย..” “ตุ๊บ “
ร่วงบันไดทั้งคู่เป็นผลให้ผมทับลงบนตัวเจ้าเด็กยักษ์ทั้งตัว
“เป็นไรมั้ยๆ
“ ผมตกใจรีบลุกขึ้น สำรวจรอบๆ ดูเหมือนจะไม่เป็นไรทั้งคุ่
ผมถอนหายใจโล่งอก
“มือนายไปโดนอะไรมา”
ผมยกมือเจสขึ้นดู ที่นิ้วมือมีพลาสเตอร์ติดอยุ่หลายนิ้ว
“ก็..
เฮ้ยเละ” เหมือนเจสจะนึกอะไรได้ ลุกพรวดขึ้น
หยิบกล่องพลาสติกออกมาจากถุง แล้วค่อยๆเปิดออกดู พร้อมกับหันมามองหน้าผม
“มันเละหมดแล้ว”
ข้าวห่อไข่ออกไหม้นิดๆ ที่เละตุ้มเป๊ะอยู่ในกล่อง
“นายทำมาให้ชั้นเหรอ”
ผมชี้มาที่ตัวเอง เจสพยักหน้าแทนคำตอบ
“จริงเหรอ
ไม่เป็นไรๆ มีช้อนมั้ย ชั้นกำลังหิว” ผมเอื้อมมือไปรับกล่องข้าว เจสพยักหน้า
ยิ้มกว้าง พรางล้วงหยิบช้อนส่งให้ ผมรับช้อน
ลุกขึ้นเดินจูงมือเจ้าเด็กยักษ์ไปหาที่นั่ง
ข้าวห่อไช่ไหม้รสชาติออกเค็มนิดหน่อย พอคิดถึงตอนที่หมอนี่ทำแล้วอดขำไม่ได้
ผมกินมันจนเกลี้ยงแล้วส่งกล่องคืนให้
คนทำท่าทางจะดีใจมากๆ หมอนี่ชอบทำอะไรน่ารักๆอยู่เสมอๆ
บางทีก็น่ารักจนคาดไม่ถึง
“อร่อยมาก
ขอบใจนะ “
“นายชอบชั้นก็ดีใจแล้วล่ะ”
เจสเก็บกล่องเปล่าใส่ถุงตามเดิม ผมพยักหน้ายิ้มๆ
เจส....
ผมยืนอยู่ตรงนี้นานแล้ว
นานพอที่จะเห็นโคจิกับไทกะยืนกอดกันอยู่ตรงนั้น
น่าโมโหชะมัดไอ้เราอุตส่าพยายามทำงานให้เสร็จเร็วๆเพื่อนจะได้เตรียมของขวัญให้
พอมาเจอแบบนี้อยากจะปาทิ้งให้รุ้แล้วรู้รอด แย่ล่ะหมอนั่นเดินตรงมาทางนี้แล้ว
“โอ๊ะ”
เสียงอุทาน ผมต่างหากที่เป็นฝายตกใจ
“ซ่อนอะไรไว้ข้างหลัง
“ เขาถามผม
แล้วก้พยายามชะโงกมากดูเป็นผลให้ผมกับเขาร่วงลงจากบันไดทั้งคู่
“ไม่เป็นไรใช่ไหม”
เขาถามด้วยความเป็นห่วง ผมน่ะไม่เป้นไรหรอก แต่ไอ้ข้าวห่อไข่ของผมนี่สิ
อุตส่าห์ให้คุณยายสอนทำตอนนี้มันเละไปหมดแล้ว อยากร้องไห้ชะมัด ขาไม่สนใจกลับเอากล่องข้าวไปนั่งกินจนเกลี้ยง
“ท่าทางนายจะเป็นเจ้าสาวที่ดีนะ”
เขาแหย่ผม
“ไม่ล่ะ
ผู้ชายต้องเป็นเจ้าบ่าวสิ” ผมย้อน
“อึ่ม งั้นผู้หญิงคนนั้นคงโชคดีมากๆ
ที่ได้เจ้าบ่าวทำอาหารเป็น” โคจิหัวเราะ
“แต่ถ้าเป็นนาย
ชั้นยอมเป็นเจ้าสาวก็ได้ “ ผมโพร่งออกไป เป็นผลทำให้เขานิ่ง
บ้าชะมัดพูดอะไรไม่คิดอีกแล้ว ทำงัยละทีนี้ จะโดนเกลียดมั้ยเนี่ย T^T
“งั้นขอรับไว้นะ
โอ๊ะได้กลิ่นใข่ นายคงชิมมาล่ะสิ” ไม่พูดเปล่าแถมยังยื่นหน้ามาจุ๊บอีก
อะไรกันเนี่ย ผมตะลึง นึกไม่ถึงม่าหมอนี่มันขโมยจูบแรกของผม T^T ที่ร้องไห้เนี่ยดีใจหรอกนะ
“อ้าวนิ่งไปเลย
ต้องอีกทีมั้ย “ เข้าโบกมือไปมาตรงหน้าผม
“ไม่ต้องเลย
บ้าชะมัด” ผมก้มหน้าหงุด
“กลับกันนะ”
เขาจุ๊บหน้าผากผมอีกที รู้มั้ยตอนนี้หัวใจผมมันจะหลุดออกมานอกอกอยู่แล้ว
อยากร้องตะโกนดังๆแต่กลัวคนอื่นจะตกใจ โอ้ยดีใจ ดีใจจริงๆ >////< คนบ้าอะไร...ทำหัวใจผมอ่อนปวกเปียกเลย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น